Chaturon Network.

ก้าวไปพร้อมกับจาตุรนต์ ฉายแสง | Walk with Chaturon Chaisang (officially).

mayuree phanchuen

ยุทธวิธีการต่อสู้ของชาวเสื้อแดง

คงต้องช่วยกันคิดว่าจะปรับยุทธวิธีการต่อสู่ (เฉพาะครั้งนี้) ใหม่ ดังนี้
1. ระยะเวลาการต่อสู้ จะยาวนานเพียงใดจึงจะได้ผลตามที่คาดหวัง เช่น คาดหวังเพียงว่าจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งอาจใช้เวลาวันเดียว เพราะนานกว่านี้จะไม่ได้ผลดี จะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนให้กลายเป็นว่าหมดน้ำยา หรือหมดปัญญา เช่นการสละเลือดแล้วเอาไปราดที่หน้าประตูสภาหรือหน้าบ้านอภิสิทธฺ ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าไม่เข้าท่าเพราะเสียดายเลือดที่ควรเอาไปช่วยชีวิตคนป่วย จะเป็นการแพร่เชื้อโรค ฯลฯ นี่คือช่องว่างที่เปิดให้ฝ่ายตรงข้ามเอามาดิสเครดิตได้สบาย ๆ
2. ประเด็นการปราศรัยของแกนนำบนเวที ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าเพื่อเป็นการสร้างพลังใจให้ต่อสู่ต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องพยามไม่ให้เป็นการพูดซ้ำๆในเรื่องที่มีผู้พูดไปแล้ว หรือไปเอาเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้วมาพูดซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ เพราะจะถูกมองว่าไม่มีอะไรใหม่ที่จะเป็นหมัดเด็ด ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมนั้นต่างมีจุดหมายในใจตรงกันว่าต้องไล่นายกให้ได้ จะทำให้พวกเขาเริ่มเบื่อและอาจถอดใจได้ง่ายๆ
3. ขอเสนอให้หาหัวข้อหรือประเด็นใหม่ ๆ มาพูด เช่น ผลประโยชน์ทับซ้อนของเปรม สี่เสา ที่เกษียณราชการนานกว่า30ปี แต่ยังอยู่บ้านหลวง ใช้คนหลวง ที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน หรือนายกสุรยุทธเออกกฎหมายให้เงินเดือนรัฐบุรุษ ทั้งที่เปรมกินเงินเดือนในฐานะประธานองคมนตรีอยู่แล้วซึ่งเป็นการได้เงินซ้ำซ้อน คตง.หรือปปช.ต้องตรวจสอบหรือเปล่า การเงินเดือน ผลประโยชน์จากภาคเอกชน เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ฯลฯ
4. ควรเร่งปิดเกมโดยเร็ว อย่างน้อยเพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่ามาชุมนุมแล้วได้ผล และอีกอย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือ แกนนำเองก็ดูอ่อนล้า เสียงแหบแห้ง ซึ่งจะส่งผลทางจิตวิทยาทำให้ผู้ร่วมชุมนุมอ่อนล้าและเสียกำลังใจได้

Views: 8

กดแสดงความคิดเห็น

You need to be a member of Chaturon Network. to add comments!

ร่วมเป็นสมาชิก Chaturon Network.

ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 23, 2010 at 7:25am
คนดีคิดดีคนไม่ดีคิดไม่ดี
กรณียิง RPG ง่ายๆ 1. ถ้าสายไฟที่เห็นจากกล้องทีวีขาดกระจุยอย่างนั้นแสดงว่ามันต้องระเบิดตรงนั้นละ มันจะสะท้อนกลับมาได้อย่างไร ถ้าสะท้อนแสดงว่ามันยังไม่ระเบิด สายไฟก็ไม่น่าจะกระจุยขนาดนั้น 2. ถ้ามันสะท้อนกลับมุมการสะท้อนกลับมันเป็นอย่างไรจุดยิงอยู่ที่ 90 องศาเลยหรือ ตัวสายไฟก็ไม่ได้ทำมุมสโลป เพราะสายไฟก็ต้องคู่ขนานไปกลับพื้นดิน การที่มีวัตถุตกกระทบที่มาจากด้านหลังมันควรจะสะท้อนต่อไปด้านหน้าด้วยแรงส่งมากกว่า แต่มันมีความเป็นไปได้ที่จะย้อนกลับแต่เปอร์เซ็นน้อยมาก และทิศทางสุดจะคาดเดา 360 องศา ยังไม่รวมแกนแซด ขึ้นลงอีกต่างหาก ทำไมจึงเหมาะเจาะรถมากมายแต่มาลงตรงรถยนต์ที่บังเอิญอีกที่ต้องเป็นรถที่บรรจุอาวุธมากมายที่ไม่รู้ผ่านระบบการตรวจค้นอย่างดีของทางรัฐได้อย่างไร แถมทิ้งไว้ให้เป็นประเดนอีกโดยมีเสื้อสีแดงในรถอีก 2 ตัว อะไรมันจะขนาดนั้น เรื่องนี้ถ้าไม่สร้างขอบอกตรงๆว่ามันเกิดอยาก เจตนาคือกรรม และกรรมคือการกระทำ เมื่อกระทำอะไรลงไปแล้วย่อมได้รับผลของกรรมนั้น โปรดติดตาม ปลูกผัก 1 เดือนได้กินผล ปลูกข้าว 1 ปีได้กินผล ปลูกสิ่งไม่ดีได้รับสิ่งไม่ดี ไม่มียกเว้น
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 21, 2010 at 3:46pm
ยุคไหนได้ยุคไหนเสีย
เศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 เราโดนต่างชาติโจมตีค่าเงิน ด้วยโลกหมุนไป มิใช่มีแต่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวในโลกใบนี้ ตรงนี้ขอให้เรายอมรับความเป็นจริงในข้อนี้เสียก่อน เราแพ้เพราะส่วนหนึ่งเราไม่ย่อมรับว่าโลกนี้มีการแข่งขัน ครั้งนั้นเป็นบทเรียน ค่าเงินจากการอิงตามดอลล่าร์สหรัฐ 1 ดอลเท่ากับ 25 บาท ถูกโจมตีจนต้องปล่อยลอยตัว ตกไปเหลือ 60 กว่าบาทในยุคนั้น ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยิบยื่นให้ใครๆก็ไม่อาจหารที่จะกล้ารับ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใครๆต่างก็ฝันหาในทุกยุคทุกสมัย แต่ยุคนั้นเชื่อไหมว่าประเคนก็ว่าได้ ขอเชิญชวนนักวิชาการชั้นสูงชั้นเซียนก็ยังไม่มีใครกล้ารับ โชคดีประคลองตัวมาได้ ด้วย IMF เข้ามาช่วยเหลือ และเราก็ต้องกู้เงินมาเพื่อสภาพคล่องทางการเงิน จะบอกว่ายุคนี้เราเสีย ก็ยุคคุณทักษิณที่มาใช้หนี้ IMF ก่อนกำหนดเวลาด้วยซ้ำใช่ไหม รัฐมนตรีกระทรวงการคลังที่อาจหารคือคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้นำระบบ OTOP จากประเทศญี่ปุ่นมาใช้จนประชาชนคนรากหญ้ามีรายได้เสริมกันทั่วทั้งประเทศ ติดตามกันดูอีกว่ารถไฟฟ้าใต้ดินเกิดยุคไหน สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเกิดยุคไหน โครงการตั้งแต่ปีมะโว้ที่ชื่อว่าสนามบินหนองงูเห่า มาเห็นเป็นรูปธรรมให้ได้ใช้ประโยชน์กันได้จริงๆ คิดดูเอาเองว่าสำเร็จยุคไหน เศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ ทำไมประเทศไทยเราจึงไม่มีผลกระทบมากนัก ก็เพราะว่ายุคคุณทักษิณได้สร้างความแข็งแกร่งทางการเงินการธนาคารไว้เป็นอย่างดียิ่งในเรื่องของระบบการกันสำรองนั้นเอง หาไม่แล้วคงต้องวุ้ยวายกันอีกเป็นแน่ ติดตามต่อหลังจากทำรัฐประหารแล้วเป็นอย่างไร มีอะไรเป็นรูปธรรมบ้างมีแต่สิ่งตกต่ำ ข้อตกลงที่ใช้ร่วมกันทั้งประเทศ (รัฐธรรมนูญ๕๐) ก็ตกต่ำ ระบบตุลาการก็ตกต่ำ พบเห็นความต่างของการบังคับใช้กฎหมายอย่างมาก นายกคนหนึ่งเพียงทำรายการประกอบอาหารออกทีวี ต้องขาดจากการเป็นนายก พรรคการเมืองถูกยุบเป็นว่าเล่น การหารายได้เข้าประเทศไม่เป็นมืออาชีพ คิดหาเงินได้วิธีเดียวคือกู้หนี้ยืมสิน คุณทักษิณ พึ่งจะปลดหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนดเวลา และกำลังสร้างประเทศอยู่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ กับมาทำให้หยุดชะงัก และเสื่อมลง แถมยังก่อหนี้ไว้อีกมากมาย ไม่ต้องถามผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลนี้หลอก ใครๆก็เห็นแล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ต้องยอมรับ หยุดเถอะครับยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นห่างหายจากการบริหารประเทศไปนาน เหมาะสมได้แค่เพียงฝ่ายค้าน เรามาสร้างประเทศให้ก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยการยอมรับความเป็นจริงโดยไม่สร้างภาพอีกต่อไป ด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 21, 2010 at 2:03pm
ทรัพยากรธรรมชาติ
เรื่องของการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยความรู้สึกนึกคิดของคนไทยตั้งแต่อตีตจนถึงปัจจุบัน จะมีความรู้สึกว่าต้องรักษาและหวงแหนไว้ แนวคิดของอนุรักษ์นิยมก็จะต่างกับแนวคิดของเสรีนิยม แนวคิดของอนุรักษ์นิยมต้องรักษาไว้เอามาเป็นของตัวเอง อย่างเช่นเขายายเที่ยง เขาสอยดาว นั้นคือเอาสมบัติชาติมาเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ส่วนแนวคิดของเสรีนิยม ต้องเปิดเผยให้รู้โดยทั่วกันว่าสิ่งนี้เป็นสมบัติของชาติเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องพัฒนาให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่น ทรัพยากรน่านฟ้าอวกาศ เขตเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้าที่ผ่านประเทศไทยตรงนั้นก็ถือว่าเป็นทรัพยากรของชาติด้วยเหมือนกัน หากไม่มีคนไทยที่มีวิสัยทัศน์ ได้จับจองพื้นที่อันชอบธรรมเหนือน่านฟ้าเพื่อใช้ทรัพยากรส่วนนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย โดยส่งดาวเทียมในนามของคนไทยขึ้นไปในทรัพยากรส่วนนี้ หาไม่แล้วทุนต่างชาติจากมาเลฯ อาจจะใช้สิทธิในส่วนนี้ก็เป็นได้ แน่นอนยังมีพื้นที่อีกมากมาย แต่นี่มันเป็นน่านฟ้าบนหัวของประเทศเรา เพียงแค่มีมุมมองของความคิดในเชิงที่ต่างกัน การพัฒนาประเทศบางครั้งก็ต้องนำทรัพยากรมาทำให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่อนุรักษ์นิยมจนขาดเหตุและผลที่เป็นไปได้ และสิ่งสำคัญของแนวคิดคือความโปร่งใส ความจริงใจ ไม่มีอภิสิทธิ์ชน สิ่งเหล่านี้เชื่อว่ายิ่งกาลเวลาผ่านไปยิ่งชัดเจน เหตุที่ต้องพูดถึงเพราะมันเป็นมุมมองส่วนหนึ่งของคนไทยในช่วงที่ผ่านมายังคลุมเครือถึงเรื่องการใช้ทรัพยากร ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ในผืนแผ่นดินไทยอย่างไรก็ต้องเป็นของคนไทย ผู้นำมีน้ำใจ ไม่มีภัยน้ำแล้ง ไม่รู้กี่ปีที่ผ่านมาน้ำโขงไม่เคยเหือดแห้ง บัด
นี้ดินแดง เหือดแห้งด้วยแล้งน้ำใจของผู้นำ “อภิสิทธิ์”
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 21, 2010 at 11:25am
ขอขอบคุณที่ได้ร่วมคิดเห็น และชอบทุกๆความเห็นของผม ต้องขออภัยด้วยที่ได้แสดงความคิดเห็นในเชิงธรรมมากไปหน่อยแต่ด้วยว่ามันเป็นสัจจะ ก็ไม่ได้มีเจตนาให้เกี่ยวเนื่องในเชิงศาสนาเลย ทั้งนี้เคารพสิทธิของการนับถือศาสนาด้วยใจจริง และประเทศไทยก็มิใช่มีแต่พุทธศาสนาเท่านั้นต้องเคารพในสิ่งที่เป็นศรัทธาของแต่ละคน ซึ่งบางช่วงของการปราศัยของมวลชนคนเสื้อแดงที่มีพระสงฆ์ขึ้นมาให้ความเห็นในเชิงที่ทำให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมากไม่ควรที่จะยิบยกขึ้นมาปราศัย สุดท้ายขอให้สบายใจได้ว่าเป็นแค่ความคิดเห็นเชิงธรรมเท่านั้น หากแม้ว่าศาสนาอื่นใดมีหลักธรรมอันมีค่าก็ขอให้ใช้ประโยชน์จากคำสั่งสอนของหลักธรรมนั้นร่วมประกอบแสดงความคิดเห็นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่หากว่าหลักธรรมนั้นสูงเกินกว่าจะเทียบเคลียงกับชีวิตความเป็นอยู่ได้ก็มิเป็นไร ต้องขออภัยอีกครั้งหนึ่งด้วยจิตใจที่บริสุทธิจริงๆครับผม
Zmy Threewattana Comment by Zmy Threewattana on March 21, 2010 at 10:54am
ประเทศเราประกอบด้วยคนหลายศาสนานะคะ ประชาธิปไตยเป็นเรื่องมนุษยนิยม มีความเป็นธรรมสากลไปในบุคคลทุกศาสนา การเน้นย้ำเอาศานนาพุทธมาจับเพื่อสร้างความชอบธรรมในเรื่องการเมือง อาจจะถูกแต่ไม่ค่อยเป็นธรรมต่อคนที่ใฝ่ใจในศาสนาอื่นเท่าไหร่นะคะ

ชอบทุกๆความเห็นของคุณชาญชัย แต่ขออนุญาติ comment ในส่วนนี้ไว้ ด้วยความเคารพค่ะ
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 21, 2010 at 10:23am
อะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน
พระอริยสงฆ์ ที่ผมเคารพศรัทธา ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า เรื่องๆเดียวกันแต่คนเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะ ขันธ์ตัวที่ชื่อว่า สังขารขันธ์ (การปรุงแต่ง) แต่ก่อนที่จะคิดเห็นแตกต่างกัน มันก่อตัวมาจากการรับผัสสะ ที่มากระทบทางตา ทางหู ซ้ำๆ แล้วเก็บเป็น สัญญาขันธ์พื้นฐานไว้ (ความทรงจำ) ยิ่งนานวันไม่ว่าจะมีผัสสะอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นก็จะไปเชื่อมโยงกับความทรงจำเดิมด้วย ยิ่งถ้าก่อตัวเป็น อุปทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) ด้วยแล้ว ยิ่งฝังแน่นในการที่จะปรุงแต่งให้โน้มเอียงไปทางที่ตัวเองได้มีความยึดติดไว้ก่อนแล้วทั้งสิ้น แต่ความต่างของการปรุงแต่งอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ ปรุงแต่งแล้วเป็นบุญกุศล หรือเป็นบาปอกุศล ก็อีกเรื่องหนึ่ง อะไรก็แล้วแต่ที่ปรุงแต่งแล้วเป็นคุณธรรม สิ่งนั้นเป็นบุญกุศล เดิมมวลชนคนเสื้อเหลืองเรียกร้องโดยสันติ อหิงสา เป็นบุญกุศล แต่แกนนำมวลชนคนเสื้อเหลืองมาปรุงแต่งใหม่เรียกร้องเกินเลยยึดธรรมเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ยึดสนามบินดอนเมือง ยึดสนามบินภูเก็ต ทำให้การกระทำนี้ปรุงแต่งแล้วเป็นบาปอกุศล เป็นโทษ ไม่เป็นคุณ แกนนำมวลชนคนเสื้อเหลืองไม่มีคุณธรรม ทำลายระบบการเรียกร้องโดยสันติ ที่ถูกต้องเสียหาย เปรียบกันกับมวลชนคนเสื้อแดง เรียกร้องโดยสันติ ดึงระบบการเรียกร้องที่ถูกต้องกลับคืนมาสู่ประเทศไทย การกระทำนี้ไม่เป็นโทษ เรียกได้ว่ามวลชนคนเสื้อแดงมีคุณธรรม การปรุงแต่งนี้จึงเป็นบุญกุศล ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าคิดเห็นแตกต่างกันไม่เป็นไร แต่กระทำอะไรลงไปแล้วขอให้เป็นคุณ ไม่เป็นโทษ การกระทำนั้นจะเป็นบุญกุศล
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 21, 2010 at 9:24am
พลัง
การตรวจดูสรรพสัตว์ของพระพุทธเจ้า ผู้ใดควรแก่การได้รับเมตตาและมีความพร้อม เพราะมวลสรรพสัตว์ทั้งหลายมีเป็นจำนวนมากมายมหาสาน พระองค์ทรงตรวจดู พละกำลัง ว่าพร้อมที่จะได้รับการชี้แนะหรือไม่ อะไรเป็นองค์ประกอบของ พละกำลัง ๕ อย่าง ที่พระองค์ทรงใช้ คือ ๑. ศรัทธา ๒. วิริย ๓. สติ ๔. สมาธิ ๕. ปัญญา
มวลชนคนเสื้อแดงลองตรวจดูว่าขณะนี้ พละกำลังเป็นอย่างไร อันดับแรกดูศรัทธา ดูทั้งศรัทธาในมุมมองของตัวเอง และผู้อื่น ศรัทธาในมุมมองของตัวเองเป็นอย่างไร ศรัทธาในแนวทางการต่อสู้เรียกร้องลดน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น ศรัทธาในแกนนำมวลชนน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น และศรัทธาในมุนมองของผู้อื่นเป็นอย่างไร ผู้อื่นที่ได้พบเห็นการกระทำของเราแล้วเกิดศรัทธาหรือไม่ อันนี้สำคัญ ผู้อื่นศรัทธาในแนวทางการต่อสู่เรียกร้องของเราหรือไม่ (เชื่อว่าถ้าโดยสันติ เรียกศรัทธาได้แน่ และศรัทธาจะเสื่อมลงถ้ารุนแรง) จะเห็นว่าแค่องค์แรกของพละ๕ถ้าขาดไปไม่ต้องดูข้ออื่นๆอีกเลย แต่ความจำเป็นต่อการเสริมสร้างพละกำลังต้องครบองค์๕ สรุปว่าต้องสร้างศรัทธาด้วยความอดทนอย่างมีสติ (ดูการกระทำ ความรู้สึก จิตใจ และเป็นธรรม) มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว อย่างมั่นคง พิจารณาทบทวนถึงเหตุและผลที่จะเกิดขึ้น พิจารณาว่าทำอย่างนี้ผลจะเป็นอย่างไร ทำไมผลจึงเป็นอย่างนี้เพราะเหตุอันใดหนอ ถ้าเราได้มีการตรวจสอบอย่างนี้อยู่เสมอแล้ว จะทราบถึงพละกำลังของตัวเอง หรือผู้พบเห็นก็จะทราบได้ถึงพละกำลังที่เรามีอยู่ สุดท้ายอย่าลืมองค์ธรรมแรกของพละ๕ คือ “ศรัทธา” จำไว้
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 20, 2010 at 5:38pm
สิ่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
แกนนำมวลชนคนเสื้อเหลืองทำลายระบบการเรียกร้องโดยสันติ (เกินเลยบุกยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต ฯลฯ ) ทำให้บรรทัดฐานของการเรียกร้องเสียหายอย่างมากมายมหาสาน ที่คิดว่าจะไม่ได้กลับคืนมาอีกแล้ว แต่มวลชนคนเสื้อแดงสามารถนำระบบการเรียกร้องโดยสันติที่ถูกต้องกลับคืนมาได้ นับว่าเป็นโชคดีของประเทศไทย แต่ความโชคร้ายของประเทศไทยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข คือ บรรทัดฐานของระบบตุลาการที่เสียไป ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้ คิดดูว่าอำนาจสุดท้ายที่ประชาชนหวังที่จะพึ่งได้ แต่กับถูกสงสัย คลางแคลงใจ ความไม่แน่ใจในความถูกต้องของสิ่งที่จะตัดสินความถูกต้อง ถ้าไม่อาจยอมรับในสิ่งที่ผู้คนเคยยอมรับได้ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้คนต่างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับ ด้วยอ้างว่า ทำไม อีกคนจึงทำได้ อีกคนทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเห็นเป็นรูปธรรมแล้วหลายกรณี ไม่อยากจะคิดปรุงแต่งให้มันบานปลาย ขอโปรดได้แก้ไขสิ่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขด้วย ขอได้โปรดยอมรับว่าขณะนี้มันเสียหายแล้ว รัฐบาลอย่าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ขอย้ำว่าสำคัญยิ่งกว่าระบบใดๆ
ถ้าไม่มีสิ่งอันเป็นที่ได้รับการยอมรับอันเป็นข้อตกลงร่วมกันของมวลหมู่ชนแล้ว ความวุ่นวายย่อมเกิดขึ้น รัฐบาลอย่าเห็นแก่สิ่งอันเป็นความเสียหน้า ยอมทำลายระบบที่ใหญ่กว่าเสียหาย มันไม่อาจเทียบกันได้ มันไม่ใช่ทุนของรัฐบาลที่ได้ลงไว้ มันเป็นต้นทุนทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่าออกมาเป็นอะไรๆได้เลย ไม่อาจยอบรับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะปัจจุบันนี้ได้อีกต่อไป และไม่เชื่อว่าต้นทุนที่ไม่อาจประเมินค่าได้ รัฐบาลจะรับไหว ควรลงอย่างสง่างาม รักษาสิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลาน ดึงบรรทัดฐานนี้กลับคืนมา กำหนดใช้รัฐธรรมนูญ๔๐ แก้ไขเล็กน้อย ยุบสภา เริ่มต้นใหม่ ใส่ใจดูแล อนาคตลูกหลานของประชาชนคนไทย
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 20, 2010 at 2:48pm
ต้นไม้ป่วยประชาธิปไตยป่วย
ต้นไม้ = ประชาธิปไตย
เพลี้ย = รัฐบาลที่กัดกินประชาธิปไตย
รัฐธรรมนูญ๕๐ = เพลี้ยที่ถูกปล่อยจาก คมช.
รัฐธรรมนูญ๔๐ = ยากันเพลี้ย
ขณะนี้เราเห็นว่าต้นไม้เสียหายไม่ปกติต้องได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ ถ้าเราอยู่เฉย นั่งมองดูต้นไม้นั้นถูกกัดกิน นับวันจะเหี่ยวเฉาลง การออกมาเรียกร้องของมวลชน คือการแสดงออกที่จะบอกว่า เราจะไม่อยู่เฉย ต้องกำจัดเหตุที่ทำให้ต้นไม้เสียหาย คือตัวกัดกินต้นไม้นั้นเอง การกำจัดเพลี้ย ถ้าใช้ยาแรงก็จะทำให้ต้นไม้ได้รับความเสียหายไปด้วย ควรเป็นยาที่ไม่ทำให้ต้นไม้เสียหาย นั้นคือเรียกร้องโดยสันติ เป็นยาที่ไม่ทำลายระบบของการเรียกร้องที่ถูกต้อง ต้นไม้ไม่ใช่ของเพลี้ยอย่างเดียว ประชาชนก็มีสิทธิชื่นชมต้นไม้ ประชาธิปไตยไม่ใช่ของรัฐบาลอย่างเดียว ทำอย่างไรไม่ให้เพลี้ยกัดกินต้นไม้ ทำอย่างไรไม่ให้รัฐบาลกัดกินประชาธิปไตย ทำให้เพลี้ยเห็นว่าต้นไม้ไม่ใช่อาหารของมัน ใช้ยาที่ทำให้เพลี้ยเข้าใจว่าต้นไม้นี้กินไม่ได้ ใช้มวลชน หรือสิ่งซึ่งรักษาประชาธิปไตย ที่ทำให้รัฐบาลเข้าใจว่า ประชาธิปไตยนี้ ทำลายไม่ได้ เปลี่ยนต้นไม้ที่เพลี้ยกินได้เป็นต้นไม้ที่เพลี้ยกินไม่ได้ เปลี่ยนประชาธิปไตยที่รัฐบาลทำลายได้เป็นประชาธิปไตยที่รัฐบาลทำลายไม่ได้ เราจะทำให้เพลี้ยเปลี่ยนความคิด เราต้องเคลือบผิวต้นไม้ว่าไม่ใช่ต้นไม้ เราจะทำให้รัฐบาลเปลี่ยนความคิด เราต้องเคลือบประชาธิปไตย ว่าผิวนอกที่เราสัมผัสอยู่นี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว หยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ประชาธิปไตยจะได้เจริญเติมโตเป็นต้นไม้ที่มั่นคงแข็งแรงเป็นสิ่งสวยงาม เป็นประโยชน์ต่อผู้ชื่นชม และพบเห็น รัฐบาลอย่าหลงเข้าใจผิดคิดว่าปัจจุบันยังคงเป็นประชาธิปไตยอยู่ แล้วกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่ลืมหูลืมตา ไม่ฟังเสียงผู้คนที่เขาเฝ้าดู การเหี่ยวเฉาของต้นประชาธิปไตยนี้อยู่ ต้นไม้ป่วยประชาธิปไตยป่วย ไม่ออกดอกออกผลก็พอทน แต่แปลกพิกลที่ล้วงหล่นทุกวันจนเหลือแต่กิ่งก้าน หมดใบบานไม่สะพรั่งชื่นชุ่มเหมือนแต่ก่อน ขอให้ย้อนก่อนปรับเปลี่ยนเป็น รัฐธรรมนูญ๕๐ ก่อนที่ คมช. จะปล่อยเพลี้ยทำลายประชาธิปไตย
สิ่งควรทำ
ลดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย ใส่ยา
เรียกร้อง สันติ อหิงสา ยุบสภา ใช้รัฐธรรมนูญ๔๐ คืนอำนาจประชา
ปลูกต้นประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่ ใส่ใจดูแล ให้สวยสดและงดงาม
ชาญชัย พุฒิกานนท์ Comment by ชาญชัย พุฒิกานนท์ on March 18, 2010 at 7:53pm
ทุกคนอยากจบ จะจบได้วิบากต้องไม่เป็นกรรมขึ้นมาอีก
เอามือทุบโต๊ะ ผลคือเจ็บมือทันที หากอยู่คนเดียวก็เจ็บคนเดียว แต่การกระทำนั้นจะมีวิบากต่อเนื่อง ถ้าบังเอญ เสียงของการทุบโต๊ะ ไปทำลายโสดประสาทของผู้อื่น แล้วเกิดเป็นการเบียดเบียน เวณนั้นก็ก่อขึ้น ผลอาจจะไม่แค่เจ็บมือ สิ่งหนึ่งที่คุณทักษิณฯ เป็นอย่างนี้ต้องยอมรับ ถึงอย่างไรเราก็รักและเป็นห้วงเป็นใยคุณทักษิณฯ เพราะเหตุที่ไปต่อแยกับคนพาน โบราณว่าแค่คบคนพานก็ไม่เป็นมงคลแล้ว นี่ถึงขนาดไปก่อเวณกับคนพาน ยิ่งต้องได้รับผลเป็นวิบากเป็นแน่ ซึ่งสนธิ เรียกร้องเกินเลย ยึดสนามบิน ถือว่าเป็นคนไม่มีคุณธรรมอยู่แล้ว การก่อเวณของแกนนำคนเสื้อเหลือ การทำรัฐประหาร การเขียนรัฐธรรมมนูญ๕๐ การดึงอำนาจตุลาการให้ตกต่ำพัวพันการเมือง การให้อำนาจล้นฟ้ากับคณะกรรมการอิสระ การตัดสินคคีหยึดทรัพย์ ความต่างของการบังคับใช้กฏหมาย ความไม่โปรงใส่ในการโยกย้ายตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นกรรมที่ได้ก่อแล้ว ซึ่งย่อมเป็นที่แน่นอนว่าจะต้องมีวิบาก (ผล) มารองรับ นั้นก็คือมวลชนคนเสื้อแดง เป็นผลพวงจากการกระทำนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนเป็นธรรม ซึ่งมันเป็นเหตุเป็นผลกันอยู่ในตัวของมันเอง ถ้าการกระทำของมวลชนคนเสื้อแดง เรียกร้องด้วยสันติไม่เกินเลยมันย่อมจบ เพราะว่ามวลชนคนเสื้อแดงเป็นเพียงตัววิบาก (ผล) ไม่ใช้ตัว กรรม หากว่าจะไม่จบก็คือวิบากนั้นสืบเนื่องต่อเป็นกรรมขึ้นมาอีก การกระทำของมวลชนคนเสื้อแดงถูกต้องแล้ว สามารถดึงบันทัดฐานของการเรียกร้องโดยสันติกลับคืนมาสู่ระบบของการเรียกร้องที่ถูกต้อง ผลของการเรียกร้องโดยสันติต้องเกิดขึ้นแน่นอนเพราะเราได้ปลูกขึ้นแล้ว เราปลูกพืชผัก 1 เดือนได้กินผล เราปลูกข้าว 1 ปีได้กินผล เราปลูกวิถีทางเรียกร้องที่ถูกต้องผลของมันกำลังจะเกิดขึ้นให้รอคอย และชื่นชมสิ่งที่ได้กระทำแล้วนั้น ฯลฯ

© 2012   Created by Chaturon Network.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service