คงต้องช่วยกันคิดว่าจะปรับยุทธวิธีการต่อสู่ (เฉพาะครั้งนี้) ใหม่ ดังนี้
1. ระยะเวลาการต่อสู้ จะยาวนานเพียงใดจึงจะได้ผลตามที่คาดหวัง เช่น คาดหวังเพียงว่าจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งอาจใช้เวลาวันเดียว เพราะนานกว่านี้จะไม่ได้ผลดี จะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนให้กลายเป็นว่าหมดน้ำยา หรือหมดปัญญา เช่นการสละเลือดแล้วเอาไปราดที่หน้าประตูสภาหรือหน้าบ้านอภิสิทธฺ ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าไม่เข้าท่าเพราะเสียดายเลือดที่ควรเอาไปช่วยชีวิตคนป่วย จะเป็นการแพร่เชื้อโรค ฯลฯ นี่คือช่องว่างที่เปิดให้ฝ่ายตรงข้ามเอามาดิสเครดิตได้สบาย ๆ
2. ประเด็นการปราศรัยของแกนนำบนเวที ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าเพื่อเป็นการสร้างพลังใจให้ต่อสู่ต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องพยามไม่ให้เป็นการพูดซ้ำๆในเรื่องที่มีผู้พูดไปแล้ว หรือไปเอาเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้วมาพูดซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ เพราะจะถูกมองว่าไม่มีอะไรใหม่ที่จะเป็นหมัดเด็ด ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมนั้นต่างมีจุดหมายในใจตรงกันว่าต้องไล่นายกให้ได้ จะทำให้พวกเขาเริ่มเบื่อและอาจถอดใจได้ง่ายๆ
3. ขอเสนอให้หาหัวข้อหรือประเด็นใหม่ ๆ มาพูด เช่น ผลประโยชน์ทับซ้อนของเปรม สี่เสา ที่เกษียณราชการนานกว่า30ปี แต่ยังอยู่บ้านหลวง ใช้คนหลวง ที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน หรือนายกสุรยุทธเออกกฎหมายให้เงินเดือนรัฐบุรุษ ทั้งที่เปรมกินเงินเดือนในฐานะประธานองคมนตรีอยู่แล้วซึ่งเป็นการได้เงินซ้ำซ้อน คตง.หรือปปช.ต้องตรวจสอบหรือเปล่า การเงินเดือน ผลประโยชน์จากภาคเอกชน เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ฯลฯ
4. ควรเร่งปิดเกมโดยเร็ว อย่างน้อยเพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่ามาชุมนุมแล้วได้ผล และอีกอย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือ แกนนำเองก็ดูอ่อนล้า เสียงแหบแห้ง ซึ่งจะส่งผลทางจิตวิทยาทำให้ผู้ร่วมชุมนุมอ่อนล้าและเสียกำลังใจได้
You need to be a member of Chaturon Network. to add comments!
ร่วมเป็นสมาชิก Chaturon Network.