Chaturon Network.

ก้าวไปพร้อมกับจาตุรนต์ ฉายแสง | Walk with Chaturon Chaisang (officially).

suthat chujittrakun

สัมมนา "3 ปี...หลังปฏิวัติ 19 กันยา ประชาชนได้อะไร" จากหนังสือพิมพ์มติชน ( ต่อ)

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 15:55:40 น. มติชนออนไลน์


"สุเทพ"ปัดโกงกินตาม"ทักษิณ"กล่าวหา ให้กลับไทยได้ทุกวัน "แม้ว"ซัดปฏิวัติ19ก.ย. มีเศรษฐีใหม่ยศ"พลเอก"

"สุเทพ"ระบุรัฐบาลไม่ต้องทำความเข้าใจกับ"ทักษิณ" กล่าวหารัฐบาลโกงกินทุกเม็ด ย้ำไม่ทำแน่นอน "แม้ว"ซัดปฏิวัติ19กันยา สร้างความแตกแยก ฝันหวนคืนเก้าอี้นายกฯ เพื่อไทยเปิดวงถล่ม"รัฐประหาร" "ยงยุทธ"ลั่นตั้งเพื่อไทยรอ"แม้ว" กลับเป็น"นายกฯ" "จาตุรนต์"ซัด ผบ.ทบ.มีอำนาจ กำหนดอายุรัฐบาล


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 23 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงค์ปราศรัยเข้าร่วมการสัมมนาพรรคเพื่อไทยโดยระบุว่ารัฐบาลมีการโกงกินทุกเม็ดเพื่อหาเงินทุนในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ว่า ตนไม่อยากตอบโต้ แต่ภาพกับของจริงไม่เหมือนกัน พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะสร้างภาพมาดี แต่ของจริงที่ออกมาก็เห็นชัดเจน ตนอาจภาพไม่ดี แต่มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี 9 เดือนแล้ว ตนไม่เห็นไปกินอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ


ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องทำความเข้าใจ เอาของจริง ประชาชนก็เห็นว่าเราไม่ได้ทำ ไม่ต้องกลัวอะไร จะพูดอะไรก็ได้


ต่อข้อถามว่า ยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาว่าเพราะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนจึงต้องเร่งหาเงินเพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แน่นอน ไม่ได้เป็นอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณว่าอย่างแน่นอน ชีวิตตนไม่เป็นอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณว่าอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การใช้วิธีการวิดีโอลิงค์ผ่านพรรคเพื่อไทย เป็นวิธีการต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ๆ ก็สู้ด้วยหลายวิธีอยู่แล้ว ไม่ว่ากระบวนการเสื้อแดง ทุกกระบวนการ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทำหมดแล้ว ต้องเข้าใจ พ.ต.ท.ทักษิณที่ต้องสู้ เพราะเป็นวิถีชีวิตของเขา แต่ตนมีหน้าที่ดูแลชาติบ้านเมือง ตนก็ต้องสู้กับพ.ต.ท.ทักษิณตามวิถีทางของตน รัฐบาลดูแลประชาชน ดูแลชาติบ้านเมือง ดูแลสถาบัน พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องดูแลตัวเอง แตกต่างกันเท่านั้นเอง


ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดูแลให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมได้อย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้พยายามแก้ไขเรื่องที่เป็นปัญหาที่พ.ต.ท.ทักษิณสร้างเอาไว้เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมาที่เป็นรัฐบาลหรือมีอิทธิพลเหนือประเทศไทย ก็มีคนอื่นเขาก็แก้ไขกันไป ตนก็ไม่ไปก้าวก่าย เราก็ดูตามกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินการอยู่ ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคพวกพยายามสร้างความวุ่นวายขึ้นมาใหม่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้ที่จะต้องแก้ไขดูแล ตนก็รับหน้าที่แก้ไขดูแลและก็ทำมาอย่างที่ได้เห็นพยายามดูแลมาตลอดเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย


ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ทวงเงินที่ถูกอายัดจากศาลโดยเอาไปเทียบเคียงกับคดีที่ คตส.ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาแล้วมีการตัดสินว่าไม่ผิดนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันคงเทียบเคียงง่าย ๆ อย่างนั้นไม่ได้ เพราะมีกระบวนการยุติธรรมอยู่ และไม่ได้หมายความว่าเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมขึ้นสู่ศาลแล้วศาลจะตัดสินลงโทษหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานกระบวนการยุติธรรมของเราเป็นมาตรฐาน เราต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรม ขอให้อดใจรอหากศาลพิจารณาว่าไม่ผิดก็เอาคืนไปทุกบาท ไม่มีใครว่าอะไร


ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณประกาศจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลับมาวันนี้ก็ได้ มะรืนนี้ก็ได้ ตนอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาทุกวัน ไม่เป็นปัญหา แต่กลับมาก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้นเอง


ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัฯทรงพระประชวรอยู่ แต่นักการเมืองกลับทะเลาะกันทุกวัน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเรียนว่าบ้านเมืองเป็นของพวกเราทุกคน เราต้องมีหน้าที่รักษาด้วยกันทั้งสิ้น ตนปลื้มใจที่พสกนิกรได้แสดงความจงรักภักดีและทำความดีต่อพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การแสดงความจงรักภักดี หากใครมีหน้าที่อะไรก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้ดีที่สุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทำให้เราเห็นมาตลอดคือท่านอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนและแผ่นดินไทย สิ่งที่เราจะทำให้ดีที่สุดคือเดินตามรอยพระยุคลบาทในการรักษาบ้านเมือง





"ทักษิณ"เปรียบ"19 กันยา" เป็น"นิยายการเมือง"น่าขนลุก


เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 22 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์มาร่วมงานเสวนาของพรรคเพื่อไทย โดยพูดถึง 3 ปีของการรัฐประหารว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่ชวนกันมารำลึกถึง 3 ปีการรัฐประหารว่าได้อะไรหรือเสียอะไร ซึ่งที่เราได้มาจากการรัฐประหารนั้นยังไม่เห็น และที่ได้เห็นจริงๆคือยังไม่มีสิ่งที่เราได้ แต่การเสียสิ่งที่ดีๆ ไปนั้นมีอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งที่อยากพูดวันนี้คือ ถ้าตนยังอยู่และ ไม่มีการปฏิวัตินั้นประเทศจะมีหน้าตาอย่างไร ซึ่ง 3 ปีที่มีการปฏิวัติแล้วเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีการทำให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปแล้วถึง 2 คน มันเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าเขียนนิยาย เป็นนิยายการเมือง ที่น่าขนลุกขนชัน สำหรับการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และเราก็เสียเวลามามั่วอยู่กับการเมืองที่มีการสาดโคลน


ซัด"รัฐประหาร"ได้แค่เศรษฐีใหม่ ยศ"พลเอก"ไม่กี่คน


พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ปกติประเทศประเทศประชาธิปไตยที่ศิวิไลนั้นจะแข่งกันทางความคิด โดยประชาชนเป็นผู้ตัดสินตามระยะเวลาที่กำหนดและมีระบบถ่วงดุล ซึ่งทุกระบบจะยึดไปที่ประชาชนไม่ใช่กลุ่มบุคคลบางคน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งหลังจากโดนปฏิวัติตนไปญี่ปุ่น แล้วมีนักลงทุนมาบอกกับตนว่าประเทศไทยเหมือนหักหลังเขา เพราะทำเหมือนจะเป็นประชาธิปไตยที่แมดชัวร์ แต่กลับมามีการปฏิวัติ แต่ถ้าถามว่าคนไทยได้อะไรบ้างนั้น ก็ต้องบอกว่าได้เศรษฐีใหม่มาไม่กี่คน แล้วส่วนใหญ่จะเป็นยศพลเอก ได้ทหารที่แข็งแกร่งขึ้นมีอาวุธมากขึ้น แต่ก็ไม่หมายความว่ าจะสามารถแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ และได้รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ไม่เคารพการอำนาจประชาชน ได้รัฐบาลที่อ่อนแอน ไม่สามรถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา


"นอกจากนี้ ยังได้หนี้ก้อนโต ที่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่มีการกระตุ้นจริงๆ และได้ความแตกแยกที่หนักกว่าเดิม มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ รวมถึงได้กระบวนการยุติธรรมที่ 2 มาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งล่าสุดมีคคนมาบอกว่าจะทำเสื้อยืดสีขาวขายโดยมีตัวหนังสือสีเหลืองเขียนว่า “เมิงทำอะไรก็ไม่ผิด” แล้วข้างล่างเป็นสีแดง เขียนว่า “กูทำอะไรก็ผิด” นอกจากนี้ยังได้คนจนมากขึ้น และได้เห็นข้อกล่าวหาที่ไม่จงรักภักดีมาใช้กับตน แต่ไม่จริง รวมทั้งในขณะที่ทหารแข็งแรงขึ้น แต่ตำรวจอ่อนแอลง ที่สำคัญคือการโกหกยังได้ผล ซึ่งก็ล่าสุดก็ใส่ร้ายว่า ตนเป็นมะเร็งและใส่วิกผม" (พ.ต.ท.กล่าวพร้อมกับเอามือดึงผมตัวเอง)


ปูดรบ.หากินทุกกระเบียดนิ้ว เตรียม“ทุน”เลือกตั้ง ส่งสัญญาณอยู่ไม่นาน


พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ ทำไมคนเสื้อแดงจึงมากขึ้นทุกวัน และผู้เรียกร้องประชาธิปไตยส่วนใหญ่มาจากคนหาเช้ากินค่ำ มาจากคนรากหญ้า โดยจะเห็นได้ชัดว่าประชานเริ่มเห็นจากการปฏิวัติว่ารัฐธรรมนูญ 40 นั้นกินได้ทำให้รู้ว่าภาษีถูกใช้เพื่อเขาและการพัมนาประเทศอย่งจริงจัง จึงอยากได้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยและเข้มแข็ง ไม่ใช่รัฐบาลที่ไปทุบเขามา ไปปล้นเขามา แล้วทหารมาช่วยจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งประชาชนอยากได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของเขา และทำตามสัญญาที่ให้กับเขาได้เขาก็เลือกคนนั้น นี่คือประชาธิปไตยที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะ เพราะมีนักธุรกิจ มาบอกกับตนว่ารัฐบาลนี้หากินทุกกระเบียดนิ้ว ทุกที่ ทุกหน่วย มองดูแล้วมันเป็นสัญญาณของการเมืองที่อ่อนแอ การเมืองที่ไม่รู้เมื่อไรจะออกได้ การเมืองที่ประชาชนไม่เอาแล้ว ก็เลยเป็นการเมืองที่นักการเมืองมุ่งหาประโยชน์ไปเป็นทุนเลือกตั้ง


พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ครั้งหนึ่ง น.พ.ประเวส วะสี ราษฎร อาวุโส คิดอยากแก้รัฐธรรมนูญตอนโน้น เพื่อภาวะผู้นำเกิดแก่นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศและแข่งขันได้ ซึ่งเป็นการคิดถูก พูดถูกและทำถูก แต่เมื่อรัฐบาลไทยรักไทยแข็งแรงขึ้นก็เกิดความกลัว เพราะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเลยและไม่น่าจะมีอีกแล้ว แต่ก็อาจจะเป็นอีกได้หากพรรคเพื่อไทยถูกกลั่นแกล้งมากๆ ถูกกระทำทุกรูปแบบทั้งอำนาจรัฐ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จึงอยากจะให้ทุกคนมองว่าการคืนอำนาจให้ประชาชนแล้วช่วยกันทำให้ประชาชน เพราะตามหลักประชาธิปไตย ทฤษฎีว่าด้วยการเมืองเพื่อประชาชนทั้งหลายนั้นบอกว่าคนที่มาใช้อำนาจนั้นใช้อำนาจแทนประชาชน เพื่อประโยชน์ประชาชน แต่วันนี้เรากำลังมาใช้อำนาจเพื่อตัวเองและพวกพ้อง


ตีปี๊บตั้งใจวางมือการเมือง26 ก.ค.52 ตำแหน่ง"นายกฯสมัย2"


"หากผมยังอยู่ตามกติกาผมจำได้ว่าผมชนะการเลือกตั้งปี 2548 และจะอยู่ถึงปลายปี 2552 และเมื่อครบเทอม 52 ผมไม่เลบ่นการเมืองแล้ว ผมจะวางมือจริงๆ เพราะมั่นใจว่า 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้างนั้นทำได้ และเป็นการสร้างประเทศไทยวางอนาคตไว้กับลูกหลาน และมั่นใจว่าพอแล้ว เพราะ 8 ปีที่ทำงานเผาผลาญพลังงานของตัวเองไปมากมายแล้ว และตั้งใจจะไม่อยู่ถึงวันสุดท้ายของการเป็นนายกฯด้วย กะว่าวันเกิดผม 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะเลี้ยงขอบคุณญาติพี่น้องและทุกคนที่ทำเนียบ แล้วจะขึ้นไปห้องทำงานเพื่อเขียนใบลาออก ที่ได้รับใช้บ้านเมืองมาพอสมควรแล้วก็เปิดโอกาสให้คนรุ่นหลัง โดยจะให้ใครคนใดคนหนึ่งในพรรคไทยรักไทย ขึ้นมารักษาการจนครบเทอมแล้วเลือกตั้งกัน สาบานได้ และได้พูดกับรัฐมนตรีสมัยนั้นบางคนแล้ว ผมตั้งใจไว้อย่างนั้นจริงๆ ผมไม่ได้จะบ้าจะอยู่ต่อไป เพราะการเมืองทำงานมันเหนื่อย" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า



พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ถามว่าวันนี้ตั้งใจกลับไปเป็นนายกฯหรือไม่ก็อยู่ที่ประชาชนว่าจำเป็นไหม ถ้าไม่จำเป็นก็อยากใช้ชีวิตปั้นปลายก็อยากใช้ชีวิตที่สงบสุบ แต่ถ้าจะเหนื่อยก็ขอเหนื่อยให้คนที่เคยเหนือยให้ตน อย่างคนเสื้อแดงบางคนก็ไม่ได้มีฐานะอะไรก็ยังมาชุมนุมกัน บางคนขายที่ดินเอามาเป็นค่ารถก็รู้สึกตื้นตันมา เมื่อประชาชนมีน้ำใจกับตนก็ต้องนึกถึง ซึ่งตอนนั้นเคยประกาศว่าปี 52 มั่นใจว่าความยากจนจะหายไป กะว่าจะใช้เงิน 2.5 แสนล้าน 4 ปีแก้ปัญหาความยากจน เพราะที่อาจสามารถโมเดล จ.ร้อยเอ็ด ทำให้เห็นปัญหาทั้งหมดแล้วว่าจะแก้ไขอะไรบ้าง และตั้งใจจะทำเมกกะโปรเจค 1.2 ล้านล้านบาทโดยจะเชิญนักธุรกิจและชาวต่างชาติมาทำให้ โดยเราไม่ต้องจ่ายอะไรสักบาท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ ถนน จราจร รถไฟฟ้าที่อยู่อาศัยของคนที่มีรายได้น้อย จัดสรรที่ดินทำกินเตรียมไว้ทั้งหมดใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เสร็จเร็ว โดยไม่ใช่เงินสักบาทหนึ่ง แล้วเอาสินค้าไปผ่อนชำระใช้ โดยเป็นความพยายามที่จะทำและจะเอาจริง แต่มีปัญหาทางการเมืองเสียก่อนซึ่งน่าเสียดายมาก เพราะหลายๆ อย่างตั้งใจว่าจะพัฒนาให้ดี



พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า แต่ตนก็เห็นใจรัฐบาลที่ทำอะไรไม่ค่อยได้ เนื่องจากต้องแก้ปัญหาการเมือง เพราะไม่มีเสถียรภาพ กับแค่การตั้ง ผบ.ตร. คนเดียวก็ยังตั้งไม่ได้ เพราะมีการต่อรองกันของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นปัญหามานาน แต่แก้ไขได้ด้วยรัฐธรรมนูญ 40 แต่เราไม่ชอบที่จะเดินกลางๆ พอไปทางซ้ายก็ไม่ชอบแล้ววิ่งไปกาบขวา พอจะไปทางขวาก็วิ่งไปกาบซ้าย ซึ่งไม่มีความพอดี ไม่เคยคิดว่านั่งกลางๆจะเป็นอย่างไร


ยกผลเลือกตั้ง"สกลนคร-ศรีษะเกส" จี้เลิก"ปฏิวัติ"


พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ต้องเเลิกปฎิวัติได้แล้ว เพราะนั่นคือการตัดสินใจจากคนบางกลุ่ม และคนกลุ่มนั้นไม่ได้ฉลาดมากกว่าคนทั้งประเทศ ดังนั้นขอให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งประชาชนรู้ดีว่าใครทำประโยชน์ให้เขา อย่าไปคิดแบบเก่าๆว่าการเมืองไทยคือการซื้อเสียง ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมที่จ.สกลนครและจ.ศรีสะเกษ เป็นเครื่องยืนยันได้ วันนี้ขอให้แข่งกันทำความดีให้ประชาชน ตนอยากเห็นว่าเมื่อไหร่จะคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งตนอยากให้มองไปข้างหน้าว่าวันนี้การแข่งขันมีความรุนแรงมาก ซึ่งการตแข่งขันที่ปัญญา เป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัญญาต้องพัฒนามาจากองค์ความรู้ แต่วันนี้องค์ความรู้ไม่มีการพัฒนา 3 ปีที่ผ่านมาเป็นการทำลายอนาคตของลูหลาน ทำลายสิ่งที่เป็นโอกาสของประเทศไทย ขอเรียกร้องให้เริ่มต้นใหม่ โดยปล่อยให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นและให้การเมืองเป็นเรื่องของประชาชนอย่างแท้จริง อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และมีอำนาจมากกว่าประชาชน เพราะจะทำให้ประเทศเสียหาย


"ประชาธิปไตยกำลังมาถึงทางแยกว่าจะแยกไปทางไหน เป็นประชาธิปไตย 70/30 หรือ เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นความเจ็บช้ำเป็นบทเรียนราคาแพง ซึ่งบทเรียนนี้เรียนแล้วต้องได้วิชา อย่าให้โง่กว่าเดิม เพราะเราเสียค่าเล่าเรียนแพงมาก ขอให้ค่าเล่าเรียนนี้กลายเป็นปัญญาให้เราหันหน้าเข้าหากันเพื่อเป็นปัญหาพัฒนาประเทศต่อไป" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

Views: 4

กดแสดงความคิดเห็น

You need to be a member of Chaturon Network. to add comments!

ร่วมเป็นสมาชิก Chaturon Network.

© 2012   Created by Chaturon Network.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service