เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 52 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “ทางออกประเทศไทยกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์” วิทยากรประกอบด้วย นายดิเรก ถึงฝั่ง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ รองประธานกรรมการฯ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. สรรหา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายนิกร จำนง อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
จาตุรนต์ ฉายแสงได้ให้ความเห็นในงานเสวนา
"ความคิดของนายเนวินที่ว่ากลับไปเริ่มต้นกันใหม่ ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่ปัญหาคือจะไปเริ่มตรงไหนหรือขั้นตอนไหนดี เพราะวันนี้อีนุงตุงนังไปหมด ถ้าเป็นด้ายก็เป็นขยุ้ม ไม่รู้จะสาวไปตรงไหน จะย้อนเลยทีเดียวไม่ได้ หากย้อนได้ต้องย้อนไปก่อน 19 ก.ย. แบบนี้เอาไหม กลับไปอยู่จุดนั้น แล้วให้มีเลือกตั้งการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ แต่ในความจริงคงเป็นไปไม่ได้ "
" ถ้าบอกว่าเริ่มใหม่ล้างเรื่องเก่าก็ต้องมาดูว่าล้างได้จริงหรือ และเริ่มต้นสมานฉันท์ได้จริงไหม หากบอกนิรโทษคนชุมนุมทางการเมือง แล้วจะเกิดอะไร แล้วหากวันรุ่งขึ้นจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะมีคนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย และคงออกมาชุมนุม โดยการชุมนุมยึดทำเนียบทำได้ไหม เมื่อยึดได้อีก ก็นิรโทษกรรมได้อีก ก็จะชุมนุมแบบนั้นทำผิดกฎหมายแบบนั้นไม่เลิกจะทำอย่างไร ปัญหาคือมีคนมีความคิดต่างกันแต่ไม่มีวิธีที่ทำให้อยู่ร่วมกันโดยไม่แตกแยก หรือใช้อำนาจนอกเหนือมาแก้อย่างการรัฐประหาร "
"ปัญหาใหญ่จากการรัฐประหารไม่ใช่ถอยก้าวเดียวแล้วเดินหน้าประชาธิปไตยไปมากๆ เหมือนที่พูด แต่การรัฐประหารที่ผ่านมาเป็นการดึงประเทศสู่เผด็จการแล้วแทนที่จะเดินหน้ากลับมีการวางระบบโดยรธน. และนอก รธน. ให้ประทศไม่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น รธน.และอำนาจนอก รธน. ร่วมกันทำลายกระบวนการยุติธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรงที่สุดไม่เคยมีมาก่อน ระบบยุติธรรมพึ่งไม่ได้และ กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งเบื้องต้นเหตุและจะมีไปเรื่อยๆ "
"รัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนี้ได้ล้มรัฐบาลและนายกฯไปสองคน โดยไม่มีหลักการของนิติธรรม คนไปทำครัวบอกขัดแย้งผลประโยชน์ ไม่เป็นไปตามหลักนิธรรม คนๆเดียวทำผิด กกต.ให้ใบแดง พรรคถูกยุบโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แบบนี้ทั่วโลกไม่มีใครยอมรับ ทั้งยังตั้งคนเป็นปฏิปักษ์มาดำเนินคดีมีอำนาจเหนืออัยการฟ้องเองได้อยากสอบใครก็สอบ สุดท้ายก็ไม่เห็นด้วยและแตกแยกกัน "
"การที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ของการเลือกตั้งของการบริหาร และจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ผู้คนในสังคมยอมรับกันได้ แต่ต้องแก้กติกาให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ เลิกการยุบพรคคง่ายๆโดยแค่ความเชื่อว่าคนนี้ทำผิดโดยไม่มีหลักฐานมันใช้ไม่ได้ และต้องลดอำนาจ กกต. โดยเฉพาะการให้ใบแดงต้องเลิก ต้องให้สรรหา กกต. ใหม่ตามรธน.ปัจุบัน คนที่เป็นอยู่ต้องออกไหม้หมดไม่ใช่ใช้อำนาจอย่างนี้เพราะ พล.อ.สนธิตั้งท่านมา แต่เมื่อยังเปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องลดอำนาจท่าน เสร็จแล้วค่อยมาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ "
"ทุกวันนี้มีทั้งคนที่ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลนี้ปกครองประเทศ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาต้องเลือกตั้งและแก้รัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นธรรม โดยจะทำสองอย่างพร้อมๆกันก็ได้คือ แก้ในประเด็นที่เร่งมากๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวเลือกตั้ง แก้เพื่อได้รัฐบาลที่ปนระชาชนยอมรับ และแก้มาตรา 291 เพื่อให้มี สสร. ด้วย และให้ สสร.มาจากการเลือกตั้ง หลังจากนั้นก็เลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ประชาชนลงมติอีกครั้ง การทำเช่นนี้จะเป็นการลดปัญหาความเห็นไม่ตรงกัน ตนเห็นว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อนเลือกตั้ง"
“ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมใครหรือไม่ รวมถึงพวกผมด้วย ไม่ต้องนิรโทษฯวันนี้พรุ่งนี้ เพื่อเห็นแก่บ้านเมือง อย่าเพิ่งมาแตะต้องประเด็นพวกผม รอให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากประชาชนเป็นคนตัดสิน แต่ถ้าเราไม่รีบจะไม่ได้แก้ ยกตัวอย่างวันจันทร์ที่ผ่านมาที่มีการถวายฎีกา ถ้ารัฐบาลสร้างสถานการณ์ขึ้นอีกหน่อยแล้วทหารก็เข้ามายึดอำนาจ แล้วบอกเพื่อป้องกันความรุนแรง วันนี้เราอยู่แบบเส้นยาแดงผ่าแปดไม่รู้จะยึดเมื่อไหร่ รัฐบาลเสียศูนย์ ตั้ง ผบ.ตร.ไม่ได้ ตอนนี้เสียสภาพการนำจะอยู่ได้กี่วัน นายกฯต้องกล้า ประกาศแก้ รัฐธรรมนูญจึงจะได้รับเสียงสนับสนุน คนที่ค้ำๆ อยู่เขาก็จะจำเป็นต้องหนุน ถ้าไม่ทำอย่างนั้นท่านก็อยู่ไม่ได้ และ ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญคนไทยจะฆ่ากันเอง เมื่อรุนแรงแล้วอาจจะรัฐประหารอีก อย่าไปรอถึงตอนนั้น แต่ถ้ายังดื้อชิงไหวชิงพริบสังคมไทยจะก้าวไปสู่ความรุนแรงและเสียหายยับเยิน”
อ่านความคิดเห็นของผู้ร่วมเสวนาอื่นๆในฉบับเต็ม
You need to be a member of Chaturon Network. to add comments!
ร่วมเป็นสมาชิก Chaturon Network.