:: เครือข่ายจาตุรนต์ ::

ไปพร้อมกับ จาตุรนต์ ฉายแสง : อนาคตประชาธิปไตยไทย จาก 2475 สู่วันข้างหน้า 2575

เครือข่ายจาตุรนต์

นักการเมือง-นักวิชาการชี้70ปีปชต.ไทยล้มลุก

"บัญญัติ"ระบุช่วง10ปีนักการเมืองยุคพาณิชยธิปไตยมุ่งแสวงหากำไร ด้าน"จาตุรนต์-ดร.ผาสุก"อัดรัฐประหารทำประเทศถอยหลัง ย้อนการเมืองก่อนปี2516

ที่ม.ธรรมศาสตร์- งานสัมมนา"70 ปีสยามเป็นไทย-ย้อนเวลาสู่อนาคต" ได้มีการอภิปรายหัวข้อ “การเมืองสยามประเทศไทย เราจะไปทางไหนกัน” โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการ สภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยมาแล้ว 70 ปี แต่ประชาธิปไตยของเราก็ลุ่มๆดอนๆ ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ตนอยู่ในวงการเมืองมา 30 กว่าปีพบว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างหนักหนาสากัน

ทั้งที่ในช่วง 14 ต.ค.2516 ประชาชนรังเกียจและต่อต้านนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่สุดท้ายบรรยากาศก็ค่อยๆเปลี่ยนไป จนในช่วง10 ปีนี้เป็นการเมืองภายใต้ยุคพาณิชยาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่มุ่งกำไรสูงสุด มีบรรดาพ่อค้าพาณิชย์ นักธุรกิจ หลั่งไหลเข้าสู่วงการทางการเมือง ซึ่งหากคนเหล่านี้เข้ามาโดยถอดวิญญาณพ่อค้าพาณิชย์ เข้ามารับใช้บ้านเมืองอย่างจริงจัง ก็จะเป็นประโยชน์ แต่ก็มีพวกพ่อค้าส่วนหนึ่งที่เข้ามาโดยยังรู้สึกตัวว่าเป็นนักธุรกิจ แล้วใช้กลไกของรัฐเอื้อประโยชน์เพื่อตัวเอง และมุ่งกำไรสูงสุด ทำให้การทุจริต คอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 3 ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 20 และมีการเรียกเก็บเบี้ยบ้ายรายทาง

"ยุคนี้จึงมีค่านิยมใหม่เกิดขึ้นว่า โกงได้แต่ขอให้มีผลงาน ตรงนี้ทำให้ประชาธิปไตยไม่น่าไว้วางใจ และไม่มีประสิทธิภาพ หากไม่ระงับยับยั้งก็คงแย่"นายบัญญัติ กล่าว

นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า การที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแบบลุ่มๆดอนๆนั้นเนื่องจากมีการทุจริต คอร์รัปชั่นมาก จะเห็นว่าในการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมามักจะใช้ข้ออ้างนี้มาตลอด ซึ่งก็เป็นจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่การปฏิวัติรัฐประหารก็เป็นตัวสูบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง และรัฐบาลที่เข้าไปจากการปฏิวัติรัฐประหารบางครั้งก็ทุจริตมากกว่ารัฐบาลที่ ประชาชนเลือกเข้าไปอีก ดังนั้นเราควรมาร่วมมือกันทำให้ประชาธิปไตยไม่มีการทุจริต รวมทั้งรัฐบาลเองก็ต้องยกระดับชีวิตของประชาชนให้เท่าเทียมกัน ไม่ให้ประชาชนอดยาก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้หากใครจะมาล้มรัฐบาลประชาชนคงไม่ยอม

จึงฝากข้อคิดไว้ 3 ข้อ คือ 1.เมื่อเกิดภาวะการณ์สับสน เกิดปรากฎการณ์ทำให้เกิดความเข้าใจผิด มหาวิทยาลัยควรคิดว่าเป็นภาระสำคัญที่ต้องออกมาชี้ถูกชี้ผิด

2. การทุจริตคอร์รัปชั่น การไร้ศีลธรรมจริยธรรม ยังเป็นปัญหาที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตยและสังคม ตนจึงอยากเห็นภาควิชาการ จุดประกายเสริมสร้างค่านิยมให้คนมีคุณธรรมและพิทักษ์รักษาประชาธิปไตย

และ 3.เสริมค่านิยมการรังเกียจเดียดฉันท์นักการเมือง ข้าราชการที่ทุจริตและคอร์รัปชั่น

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ประชาธิปไตยของไทยตลอด 70 ปีดูเหมือนว่าจะล้มลุกคลุกคลานมาตลอด และเรียกได้ว่าส่วนใหญ่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะเมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาก็จะปกครองประเทศยาวนาน โดยส่วนใหญ่เป็นการปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการ และในปี พ.ศ. 2522-2553 เราก็เป็นเพียงแค่ประชาธิปไตยครึ่งใบเท่านั้น จึงจะเห็นว่าคนไทยไม่มีความเข้าใจและเชื่อถือ ยึดถือต่อหลักแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายจาตุรนต์กำลังอภิปรายได้มีชายไม่ทราบชื่อเดินมาบริเวณหน้าเวที และกล่าวว่า อภิปรายกันไม่มีประเด็น พูดกันพร่ำเผื่อ ประเด็นเหล่านี้รู้หมดแล้ว ไม่รู้จะพูดทำไม ซึ่งทำให้ทีมงานที่จัดงานต้องเข้ามาพาตัวผู้ชายคนดังกล่าวออกจากห้องประชุม และดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า นี่คือบรรยากาศประชาธิปไตย

จากนั้นนายจาตุรนต์ ได้อภิปรายต่อว่า สังคมไทยไม่เข้าใจยึดถือรัฐธรรมนิยม ซึ่งถือว่าเป็นหลักการของระบอบประชาธิปไตย ไม่เชื่อว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายสูงสุด ต้องเคารพกติกา ซึ่งการรัฐประหารทำให้เห็นว่ามีการใช้อำนาจเหนือกฎหมายสูงสุดๆได้ นอกจากนี้ยังเห็นว่าการรัฐประหารในปี 2549 ไม่ได้ถอยหลังชั่วคราว เพื่อก้าวสู่ประชาธิปไตยแต่อย่างใด แต่ภายในระยะเวลา 3 ปีครึ่ง เราถอยหลังแบบต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วยังมาเขียนกติกาใหม่ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยด้วย ที่ผ่านมาเราจะเห็นการทำลายระบบพรรคการเมือง องค์การทางการเมือง และทำลายหลักนิติธรรมอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าขณะนี้ไม่มีองค์กรใดที่น่าเชื่อถือ เป็นอิสระและเป็นกลาง ทั้งปปช.และสตง. เพราะ 2 องค์กรนี้ ตั้งโดยคณะที่ยึดอำนาจ พร้อมทั้งสนับสนุนรัฐบาล

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะหากองค์กรอิสระฝักใฝ่รัฐบาล ไม่วาจะรัฐบาลจะทำอะไรทุจริตเองหรือพรรคร่วมทุจริตก็จะไม่ดำเนินการอะไรทั้ง สิ้น ขณะที่ภาคประชาชนและนักวิชาการในกระแสหลัก ก็มีบทบาทส่งเสริมเกื้อกูลให้ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ในช่วง 70 ปีของประชาธิปไตย จึงทำให้เกิดการเมืองที่ไม่สมดุล ไม่มีพลวัฒน์ มีแต่คำถามว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ ยุบสภาเมื่อไหร่

เมื่อการเมืองไม่ลงตัวจึงเป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เราจึงอยู่ในสภาวะวิกฤตที่ไม่สามารถแก้ได้ และวิกฤตก็สูงขึ้น ดังนั้นการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยจึงถือว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงมาก เพราะต้องผ่านความขัดแย้งที่รุนแรง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะก้าวผ่านไปโดยไม่เกิดความขัด แย้งจนนำไปสู่ความรุนแรง

ด้าน ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าเป็นการสร้างเกราะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะจะเห็นว่าหลังใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีรัฐมนตรีถูกดำเนินคดีฐานคอร์รัปชั่นจนติดคุก นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าเป็นความก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าหากไม่มีรัฐประหารเข้ามาประเทศเราจะก้าวหน้ากว่านี้ แต่เมื่อมีรัฐประหารเกิดขึ้นจะเห็นว่าเราย้อนกลับไปสู่การเมืองก่อนพ.ศ. 2516 เพราะมีการสถาปนาตัวเองเพื่อต่อรองทางการเมือง และต่อรองเรื่องงบประมาณมากขึ้น ซึ่งการคอร์รัปชั่นถือว่าเป็นตัวหนึ่งที่ทำลายประชาธิปไตย

แต่ตัวการสำคัญที่ทำลายการเมืองอย่างแท้จริงคือการรัฐประหาร การแก้ปัญหาทางการเมืองโดยการใช้รัฐประหารนั้นถือเป็นข้ออ้าง ตนไม่เห็นด้วย ควรแก้ไขปัญหาภายใต้ระบบรัฐสภา ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น เกิดมาจากการแสวงหาอำนาจของคนบางกลุ่ม แต่ข้อเท็จจริงแล้วความขัดแย้งเกิดขึ้นมานาน เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจะเห็นว่าช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนห่างกันมาก

นสพ.com

กดแสดงความคิดเห็น

You need to be a member of :: เครือข่ายจาตุรนต์ :: to add comments!

Join :: เครือข่ายจาตุรนต์ ::

P>D>S>R Comment by P>D>S>R on August 2, 2009 at 8:57pm
พวกที่ทำจำไว้นะ คราวหลังอย่างได้ริเชียว

© 2010   Created by เครือข่ายจาตุรนต์ on Ning.   Create a Ning Network!

Badges  |  Report an Issue  |  Privacy  |  Terms of Service