Chaturon Network.

ก้าวไปพร้อมกับจาตุรนต์ ฉายแสง | Walk with Chaturon Chaisang (officially).

จาตุรนต์ อำไพ

ว่าด้วยเรื่องพลังงานทางเลือก

มีหลากหลายคนกลัวกันว่าต่อไปข้างหน้านั้นน้ำมันจะหมดโลก แล้วเราจะทำไงกัน เพราะน้ำมันทำให้รถวิ่งได้ เพราะน้ำมันทำให้เราปั่นไฟมีไฟใช้ได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทิศทางราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นไปมากบางคนให้เหตุผลว่าเพราะน้ำมันใกล้หมดโลก แต่จริงๆแล้วน่าจะเกิดจากการเก็งกำไรในตลาดน้ำมันล่วงหน้ามากกว่า แต่ว่าทิศทางที่น้ำมันจะหมดโลกนั้นก็เห็นจะมีความจริงอยู่บ้างเช่นกัน แต่เราไม่ควรจะตกใจเกินไป เราสามารถอยู่ได้โดยปราศจากน้ำมันบนโลกใบนี้ และชีวิตความเป็นอยู่ของเราอาจจะดีขึ้นกว่าช่วงชีวิตที่โลกยังคงบริโภคน้ำมันอยู่ดังเช่นปัจจุบันก็เป็นได้ ทุกท่านคงอยากจะรู้ว่าถ้าเราไม่ใช้น้ำมันแล้วเราจะใช้อะไรได้ ผมขอบอกได้เลยว่าผมก็ไม่รู้ว่าต่อไปข้างหน้าโลกเราจะใช้อะไรแทนน้ำมัน แต่ที่ไม่รู้นั้นเพราะผมคิดว่าที่มีทางเลือกอยู่ในตอนนี้ก็มีเยอะมากมายเพียงแต่ขาดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น(หรือบางทีอาจจะพัฒนาแล้วแต่ไม่นำมาใช้ก็ตามที) นอกจากนั้นผมมีความเชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างที่มนุษย์เรายังไม่รู้หรือยังคิดไม่ได้ในปัจจุบันซึ่งถามว่านี่คือความฝันเฟื่องมั้ย ก็คงอยากให้คิดว่า ถ้าเราไปบอกคนเมื่อพันปีที่แล้วว่าต่อไปเราสามารถดูทีวีได้นั้น คนในยุคนั้นก็คงหาว่าเราบ้าเช่นกัน ทีนี้ผมอยากจะย้อนมากล่าวถึงว่าเหตุใดที่บอกว่าถ้าเราไม่ใช้น้ำมันแล้วชีวิตเราจะดีขึ้นกว่านี้ เหตุผลง่ายเลย คือการใช้น้ำมันนั้นเมื่อเผาผลาญจะก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกอันเนื่องจากก๊าซพิษที่ได้จากการเผาไหม้ นอกจากนี้ผมสันนิษฐานว่าการขุดเจาะน้ำมันนั้นจะทำให้ชั้นหินของเปลือกโลกเปลี่ยนแปลงอาจเกิดการยุบตัวของแผ่นดินหรืออาจเป็นการเร่งให้เปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลง อันจะนำไปสู่ภัยทางธรรมชาติต่างๆมากมายแม้ว่าเราเองก็อาจจะไม่เห็นผลในระยะอันใกล้ และน้ำมันเองนั้นก็ยังเป็นขีดจำกัดให้เทคโนโลยีไม่ก้าวพัฒนาอันเนื่องมาจากการออกแบบเครื่องจักรกลต่างๆบนพื้นฐานเพียงแค่การใช้เชื้อเพลิงด้วยน้ำมันนั่นเอง แล้วถามว่าทำไมเรายังใช้น้ำมันกันอยู่ ตอบง่ายๆเลยคือเกิดจากผู้มีอิทธิพลบนโลกใบนี้เพียงไม่กี่กลุ่มคือ 1. ผู้ผลิตน้ำมัน 2. ผู้เก็งกำไรค้าน้ำมัน 3. บริษัทรถยนต์ และ 4. ประเทศมหาอำนาจต่างๆที่ได้ประโยชน์จากการที่โลกยังคงใช้น้ำมัน อันนี้อาจจะเกิดจากแนวความเชื่อส่วนตัวของผมว่ากลุ่มคนเหล่านี้กำลังเอามือปิดโลกอยู่เพื่อให้ตัวเองยังคงได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำมันของคนบนโลก แล้วถามต่อว่าถ้าไม่ใช้น้ำมันแล้วเราจะใช้อะไรกันล่ะ คำตอบที่มีที่คนไทยอาจจะรู้แน่ๆคือ แก๊สโซฮอล์ บี5 ไบโอดีเซล ก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ที่เมืองนอกมี ก็ยังเป็น ก๊าซไฮโดรเจน พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานน้ำ และ พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพลังงานในกลุ่มนี้จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าในการใช้งาน ซึ่งถ้าเป็นการใช้งานพลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใช้ในภาคยานยนต์ก็ยังคงจะมีปัญหาเรื่องการกักเก็บพลังงานไว้ใช้ แต่ในบทความนี้ผมอยากจะวิพากถึงพลังงานจากเพียงบางตัวเท่านั้นที่ผมคิดว่าพอจะเป็นประเด็นสำหรับประเทศไทย ดังจะจำแนกดังต่อไปนี้

1. แก๊สโซฮอล์ B5 พวกนี้ยังคงใช้น้ำมันเป็นส่วนผสมอยู่แม้จะช่วยลดปริมาณการใช้งานลงไปบ้างแต่ยังไม่ใช่ทางออกที่ดีในระยะยาวแน่นอน

2. ก๊าซธรรมชาติ NGV ที่ผู้รู้หลายท่านยบอกว่าเป็นก๊าซคุณภาพแย่แต่มีความปลอดภัยเนื่องจากเป็นก๊าซเบา ไม่มีความอันตรายเยอะเท่า LPG และประเทศเราก็มีเยอะ ซึ่งผู้รู้ก็บอกว่า เป็นก๊าซที่ไร้ประโยชน์คนอื่นไม่ใช้ ปตท.จึงพยายามหาทางใช้เพราะขายใครไม่ได้ เลยต้องขายคนในประเทศ ชูแคมเปนว่าเป็นพลังงานทางเลือก ซึ่งจริงๆแล้วก๊าซชนิดนี้วันหนึงก็มีอันต้องหมดไปเช่นเดียวกับน้ำมัน และถ้าเราใช้ตัวนี้ก็ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับประเทศเราเช่นกัน

3. ไบโอดีเซล หรือ ดีเซลปาล์ม พวกนี้ เมื่อมีการสันดาปจะให้ก๊าซพิษที่น้อยกว่าน้ำมัน และเราสามารถใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด แต่ปัญหาคือ ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกพืชพลังงานอย่างมากแทนที่จะนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นทางเศรษฐกิจ และเครื่องยนต์ก็ใช้ได้แต่เครื่องยนต์รอบความเร็วต่ำ แต่ทางลือกนี้ผมพอจะสนับสนุนอยู่บ้างเพราะ ถ้าบอกว่าน้ำมันใช้ได้แค่เครื่องยนต์รอบต่ำนั้นผมเชื่อว่าทางวิศวกรรมสามารถเอาชนะได้โดยมี2 วิธีคือ ให้นักเคมีวิจัยพัฒนาหาสารเติมทำให้ใช้งานได้แทนน้ำมัน กับอีกทางคือ พัฒนาเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับพลังงานชนิดนี้ได้ ส่วนเรื่องการสิ้นเปลืองพื้นที่นั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าแลกกับพลังงานที่เราจะมีใช้รวมถึงอาจจะส่งออกได้ด้วยนั้น(ถ้าเทรนด์คนทั้งโลกจะหันมาเบ็นพลังงานตัวนี้)อันไหนจะคุ่มค่ากว่ากัน อันนี้ต้องให้นักเศรษฐศาสตร์ทำงานครับ

4. พลังงานนิวเคลียร์ อันนี้มีแนวโน้มว่าทั่วโลกจะเลิกใช้พลังงานตัวนี้ อันเนื่องมาจากมีความอันตรายค่อนข้างสูงและเราน่าจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการลงทุนด้วยความเสี่ยงกับชีวิตมนุษย์ครับ

5. ก๊าซไฮโดรเจนที่เริ่มจะมาฮิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากว่าผลลัพท์ของการสันดาปจะได้เป็นน้ำซึ่งคนบอกว่าน่าจะเป็นพลังงานบริสุทธิ์ แต่ว่าขั้นตอนการผลิตก๊าซไฮโดรเจนนั้นก็ยังมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ครับ บางคนบอกว่าเราได้จากการสกัดจากควันเสียของโรงงาน หรือที่ได้จากการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งถ้ามีที่มาเหล่านี้ผมเห็นด้วย แต่คิดว่าถ้าก๊าซไฮโดรเจนบูมขึ้นมา ก๊าซนี้จะมีความต้องการสูงมาก(ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ทั่วโลกจะหันมาเล่นตัวนี้เนื่องจากสามารถใช้ในยานพาหนะได้ดีกว่าระบบรถไฟฟ้าเพราะปัจจุบันยังทำแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าได้ไม่ดีพอ)นายทุนคงจะไม่ยอมเสียโอกาส จึงอาจจะผลิตด้วยวิธีการอื่นทางเคมีซึ่งจะบอกว่าผลลัพท์จากการผลิตก๊าซไฮโดรเจนด้วยวิธีทางเคมีนั้นให้ก๊าซพิษที่รุนแรงกว่าการใช้น้ำมันหลายเท่าด้วยซ้ำไป นอกเสียจากว่านักเคมีจะคิดค้นวิธีการผลิตก๊าซไฮโดรเจนด้วยรูปแบบใหม่ แต่ขอให้ลืมเรื่องการใช้ไฟฟ้ามาผลิตได้เลยครับเนื่องจากว่า มีประสิทธิภาพในการผลิตที่ต่ำ เว้นแต่ว่าเราจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้เยอะๆและราคาถูกมากๆจนเสมือนว่า ไฟฟ้าก็หาง่าย น้ำก็หาง่าย เอามาผลิตก๊าซไฮโดรเจนเพื่อใช้ในยานยนต์จะดีกว่า ซึ่งในแนวทางนี้ก็อาจจะเป็นจริงไปได้เช่นกันดังนั้นเราจะขอเก็บก๊าซไฮโดรเจนไว้ในการพิจารณาก่อน แต่ทั้งนี้นักเศรษฐศาตร์แนวสิ่งแวดล้อมอาจจะช่วยเราไม่ให้นายทุนผลิตก๊าซไฮโดรเจนด้วยวิธีที่ก่อมลภาวะได้ด้วยการออกข้อกำนดต่างๆเพื่อป้องกันโดยใช้ความรู้ทางหลักเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

6. พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานอันนี้ผมถือว่าเป็นพระเอกในขณะนี้เลยทีเดียว ซึ่งการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานนั้นต้องมีการแปลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเสียก่อนซึ่งปัจจุบันประสิทธิภาพการแปลงพลังงานจัดว่าต่ำอยู่ดังจะขอขยายความถึงการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าเท่าที่ผมทราบในขณะนี้

6.1 เมืองนอกมีการใช้งานสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์โดยการใช้แสงอาทิตย์มาทำการสะท้อนด้วยแผ่นโลหะเพื่อเพิ่มความเข้มของแสงอันจะก่อให้เกิดความร้อนไปหุงน้ำน้ำให้เกิดไอน้ำ แล้วนำไอน้ำไปผลิตไฟฟ้าดังเช่นโรงไฟฟ้าแบบโรงร้อนทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นไอเดียที่ดีและแปลกมากแต่คิดว่าประสิทธิภาพอาจจะยังต่ำอยู่

6.2 มีแนวคิดว่าเราจะไปสร้างเซลล์แสงอาทิตย์นอกโลกแล้วส่งพลังงานมายังโลกโดยผ่านคลื่นไมโครเวฟ อันนี้ผมคิดว่ามีความอันตรายไม่ปลอดภัยนักจึงไม่ค่อยเห็นด้วย

6.3 การใช้เซลล์แสงอาทิตย์แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าซึ่งผมถือว่าเป็นไฮไลท์ของบทความนี้ หลายคนจะบอกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ที่เกิดจากซิลิคอนไดโอด หรืออย่างดีก็มีการเติมสารบางชนิดนั้น(มันคือโซล่าเซลล์ปกติแหล่ะครับ)ยังมีประสิทธิภาพต่ำมาก แบบแรกได้แค่ 6-8 % แบบที่สองอาจจะขึ้นมาเป็น 12% ถ้าต้องใช้งานต้องใช้พื้นที่สร้างเยอะมาก อันนี้ผมขออัพเดดครับว่าปัจจุบันผมคิดว่าการผลิตไปไกลกว่านั้นแล้วครับ เราสามารถสร้างเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีลักษณะคล้ายฟิลม์ได้แล้วนั่นหมายความว่า เราสามารถนำมาฉาบที่ตัวรถ ตึก หรือเครื่องบินใช้งานได้แล้ว ทำให้เราสามารถลืมภาพว่าเราต้องกางเซลล์แสงอาทิตย์เต็มสนามหน้าบ้านได้เลยครับ ในส่วนของประสิทธิภาพนั้น ผมก็เชื่อว่าถ้าน้ำมันหมดโลกจริงๆ นักฟิสิกส์คงจะพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพได้ไปอีกไกลจนถึง60-70% แล้วครับ อันนี้ผมพอจะมีตัวอย่างแนวความคิดครับ ผมได้คุยกับนักวิทยาศาสตร์ของไทยท่านนึง ท่านให้ข้อสังเกตุว่าต้นไม้มีประสิทธิภาพในการแปลงแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานเลี้ยงมันเองได้ถึง 60-70% ดังนั้นเราอาจจะนำความรู้ตรงนี้มาศึกษาได้ครับ โดยท่านคำนวณเล่นๆว่าถ้าทำได้จริงและเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดนี้มาฉาบบนเครื่องบินแล้ว สามารถให้พลังงานได้หลายกิโลวัตต์ ทำให้บินได้นานโขเลยครับ และแม้แต่ในแง่เศรษฐศาสตร์เองก็ตามผมเชื่อว่าถึงจุดนั้นราคาจะถูกอย่างไม่น่าเชื่อครับ ซึ่งผมคิดว่าต่างชาติคงพอจะมีการวิจัยอยู่บ้าง ดังนั้นเซลล์แสงอาทิตย์นี้ผมถือว่ามีอนาคตครับ

7. การสร้างไฟฟ้าด้วยกรดผลไม้ อันนี้ผมเคยได้ยินแต่ไม่เคยอ่านครับ หลักการคือกรดต่างๆจะมีขั้วทางไฟฟ้าอยู่เราสามารถนำกรดมาผลิตไฟฟ้าได้ครับ ซึ่งกรดเหล่านี้ก็สามารถผลิตมาจากผลไม้ได้เช่นกัน ซึ่งไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเมืองไทยก็มีโอกาสเป็นมหาอำนาจทางพลังงานอีกตัวได้ เช่นเดียวกับไบโอดีเซลล์

8. ส่วนพลังงานลม หรือ พลังงานความร้อนใต้พิภพนั้นผมคิดว่าต้องใช้การลงทุนที่สูงและอาจไม่คุ้ม รวมถึงควบคุมการผลิตไฟไม่ค่อยได้เท่าอย่างอื่นครับ เช่นกันพลังงานน้ำก็ต้องใช้พื้นที่ในการสร้างเขื่อนมาก เขื่อนที่ใช้พลังงานน้ำไม่ใช่เป็นกำลังหลักของการผลิตไฟฟ้าในไทยครับเพียงแต่ว่าเค้าจะใช้เมื่อเกิดตอนพีคโหลดเพราะว่าโรงน้ำนั้น สามารถเปิดและปิดได้ง่ายกว่าพวกโรงร้อนอย่างมากเพราะโรงร้อนจะมีค่าใช้จ่ายในการปิดเปิดที่สูงจึงไม่นิยมดับเครื่องผลิตไฟจากโรงร้อนครับ

9. โรงไฟฟ้าพลังงานแกลบ อันนี้จะใช้ตามชุมชนครับ แกลบถือว่ามีประโยชน์มากเพราะให้ความร้อนได้สูงมากแต่ว่าก็ไม่ได้จะผลิตไฟฟ้าได้เยอะมากมายและการลงทุนในโรงไฟฟ้าแบบนี้ก็ใช้เงินสูงมากเช่นกันครับ

10. ถ้าเลวร้ายที่สุดแล้วโลกนี้ไม่เหลืออะไรมาผลิตไฟฟ้าได้แล้ว อาจจะเกิดอาชีพใหม่เกิดขึ้นมาก็เป็นได้ คือ รับจ้างปั่นไฟครับ ทุกวัน ทุกคนอาจจะต้องเข้าไปโรงไฟฟ้าแล้วนั่งปั่นไฟโดยการถีบจักรยานหรือหนูถีบจักรอ่ะครับซึ่งอันนี้เป็นกรณีที่เลวร้ายสุดแต่ง่ายสุดนะครับ แต่ก็ดีเพราะจะทำให้คนรู้ค่าของไฟฟ้าครับ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ผมขอยอมรับว่าไม่ได้ศึกษาตามมาอย่างลึกซึ้งแน่นอนจึงมีความผิดพลาดอยู่บ้างแต่จุดประสงค์ของบทความนี้คือต้องการชี้ให้เห็นว่าไม่มีน้ำมันเราก็ไม่ตาย(ใจผมอยากให้มันหมดไปพรุ่งนี้เลยจะได้เกิดนวัตรกรรมใหม่ๆ) วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์สามารถหาคำตอบให้พวกคุณได้ครับ ประเด็นรองอีกอันผมอยากจะบอกว่าคนไทยเรามีโอกาสครับ ในหลายๆเรื่องเลยที่กล่าวมา ประเทศเราอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากนอกประเทศเลย(ซึ่งจริงๆก็เคยฟังเค้าเล่ากันมาว่าในอ่าวไทยน้ำมันก็มีเยอะมากครับ อันนี้ความเชื่อส่วนตัวผมว่าอาจจะมีจริง เพราะเขมรก็เจอแล้ว มาเลก็มี บรูไนก็มี แล้วไทยประเทศติดๆกันจะไม่มีได้ไงครับ บางทีคนที่สำรวจอาจจะเจอแต่ไม่อยากบอกเราก็ได้นี่ครับ)ขอแค่ผู้มีอำนาจหันมาสนใจและให้การสนับสนุนอย่างมีวิสัยทัศน์มากกว่าคิดถึงแค่แก๊สโซฮอล์ B5 กับ NGV ครับ ซึ่งที่ผมเชียร์เลยจริงๆคือ การใช้งานร่วมกันของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ได้รับการพัฒนากับเซลล์เชื้อเพลิงก๊าซไฮโดรเจนครับ แต่ระหว่างเปลี่ยนผ่านนี้จะคิดเครื่องยนต์หรือสารเติมเพื่อที่จะทำให้รถและเครื่องปั่นไฟใช้งานได้ด้วย ไบโอดีเซลล์หรือดีเซลล์ปาล์มครับ สุดท้ายอยากจะบอกส่วนที่สำคัญสุดคือ ทุกคนต้องช่วยกันประหยัดพลังงานครับไม่อย่างนั้นเราต้องมาปั่นไฟเองแบบข้อ 10 จนน่องโตแน่ๆเลย

จาตุรนต์ อำไพ

Views: 5

กดแสดงความคิดเห็น

You need to be a member of Chaturon Network. to add comments!

ร่วมเป็นสมาชิก Chaturon Network.

จาตุรนต์ อำไพ Comment by จาตุรนต์ อำไพ on May 30, 2009 at 5:56pm
อย่าเรียกว่าบทความเลยจะดีกว่าครับผมอาศัยฟังๆและก็เห็นอะไรผ่านๆตามาบ้างตั้งแต่สมัยเรียนโดยที่ยอมรับเลยว่าไม่ได้ศึกษาลงถึงรายละเอียดมากนัก แต่ขอตอบคำถามว่าประเทศเราทำได้หมดแหล่ะครับ แต่ต้องมีเงินทุนเท่านั้นเอง ทุกวันนี้ประเทศเราขาดพวกบริษัทวิจัยและพัฒนาครับ เลยไม่มีพื้นที่ให้ นักวิชาการ พบกับนักธุรกิจเท่าไหร่นัก จริงๆบางเรื่องในการวิจัยก็มีการวิจัยโดยหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว เพียงแต่อาจไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอเท่านั้นเอง แต่ถามว่าจะสนับสนุนทำไม ในเมื่อเรายังใช้น้ำมันอยู่ บริษัทที่ผูกขาดการค้าน้ำมันก็ยังคงได้กำไรมหาศาลอยู่ต่อไป และมันก็สัมพันธ์กับผู้มีอำนาจต่างๆมากมาย ดังนั้นผมจึงบอกว่าอยากให้น้ำมันหมดไปวันพรุ่งนี้เลยจะได้หาพลังงานทดแทนกันอย่างจริงจัง ซึ่งจริงๆแล้วปัญหานี้ก็เป็นกันทั่วโลกแหล่ะครับ
Zmy Threewattana Comment by Zmy Threewattana on May 30, 2009 at 4:16pm
โอโห เป็นบทความเรื่องพลังงานที่รวบย่อลงมาให้ดูว่าโลกเรามีทางเลือกอะไรอยู่บ้างได้ดีมากเลยค่ะ

ไม่รู้ว่าทิศทางพลังงานทางเลือกของไทยเป็นอย่างไรบ้างแล้วพอทรายมั๊ยคะ

แต่ที่แน่ๆคิดว่าอาจจะหวังพึ่งภาครัฐมากไม่ได้ เพราะเรื่องแบบนี้คงต้องหวังพึ่งนโยบายแบบระยะยาวมากๆ ต้องอาศัยการณ์มองการณ์ไกล ซึ่งถ้ารับธรรมนูญยังเป็นฉบับ 50 ทำลายระบบพรรคการเมืองอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญหลานท่านวิเคราะห์ไว้

ไม่รู้จะมีพรรคไหนจริงใจกับการทำโครงการระยะยาวรึปล่าว

© 2012   Created by Chaturon Network.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service