การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ทุกน่าจะยอมรับกันได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องเทวดามาโปรด
(ขนาดเทวดาคนจีนยังเซ่นไหว้หมูเป็นตัวๆเลย บางทีมีเหล้าขาวด้วยซ้ำ)
การยอมรับว่าการเมืองคือเรื่องของการแบ่งประโยชน์ระหว่างคนในชาติ ยอมรับความจริงกันให้ชัดๆของคนในชาติ น่าจะสำคัญต่อการเมืองที่ดี ความเป็นธรรมไม่ใช่เรื่องของการมานั่งหลังน้ำตา มันคือความมีสติว่ามนุษย์ทุกคนต่างก็มีหัวใจ ดังนั้นกฎเกณฑ์แรกสุดที่จะปฏิบัติต่อคนในรัฐอย่างเท่าเทียม อย่างมั่นใจได้ว่ามันจะไม่อคติมาตั้งแต่แม่บทของกฎข้ออื่นๆที่อาจจะต้องตรวจสอบกันต่อไป คือ กฎเกณฑ์ประชาธิปไตยแบบที่เป็นประชาธิปไตยที่ยอมรับความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่หรือ
ประชาธิปไตยแบบที่คนจะล้มรัฐธรรมนูญฉบับเก่าได้ ก็คือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่ผู้สำเหนียกว่าเป็นปัญญาชนเพียงกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ที่สำเหนียกว่าตนเป็นผู้มีอำนาจที่หวังดีต่อประเทศเพียงหยิบมือหนึ่ง
บ้างอาจจะว่ายังไม่เหมาะ ได้ยินหนาหูเหลือเกินในหมู่ปัญญาชนคนรุ่นใหม่การศึกษาดี “ ประเทศนี้ยังไม่เหมาะกับประชาธิปไตย เพราะรากหญ้ายังไม่รู้จักแยกแยะ เห็นเงินเป็นอำนาจ และชอบแต่จะรับความช่วยเหลือจากรัฐ ไม่ยอมช่วยตัวเองตกเป็นเหยื่อนโยบายประชานิยม”
ปัญญาชนคะ ถ้าจะอยู่ในเคสว่าประชาธิปไตยยังไม่เหมาะ คุณก็ช่วยนับทัศคติของปัญญาชนที่มองปัญหาประชาธิปไตยแบบนี้แล้วสรุปว่าไม่เหมาะเข้าไปใน การตัดสินว่าประเทศนี้ไม่เหมาะกับกฎเกณฑ์อันศิวิไลซ์ในความนับถือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานด้วยเถอค่ะ ว่าที่ไม่เหมาะส่วนหนึ่งก็เพราะปัญญาชนในประเทศยังมีวิธีการตัดสิน สรุปปัญหาอย่างนี้อยู่
แต่หากยอมรับว่ากฎที่นับถือในความเป็นมนุษย์ผู้มีสิทธิ์มีเสียงในแผ่นดินของตนอย่างเท่าเทียม อย่างประชาธิปไตยว่าเหมาะก็ขอเสนอว่าเพราะการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ไง มันไม่ใช่เรื่องของปัญญาสูงส่งอะไร มันคือเรื่องของการคำนึงถึงปากท้องและข้อจำกัดของทรัพยากร นั่นจึงอธิบายว่าทำไมการยอมรับเสียงส่วนใหญ่ที่อาจจะไม่ใช่เสียงแห่งปัญญา จึงหมายถึงความเป็นธรรมต่อสังคมโดยภาพรวมที่สุดเท่าที่จะหาได้
ประชาธิปไตยจึงเหมาะเพราะมันสากล อะไรที่มันเป็นความเป็นธรรมพื้นฐานต่อความเป็นมนุษย์มันย่อมสากล แต่ในการจะทำประชาธิปไตยให้ใช้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพในการบริหารเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาตินั่นก็คงต้องอาศัยปัญญา อาศัยผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาข้อดีเข้อเสียของนโยบายต่างมาร่วมเสนอและร่วมคัดค้าน ผู้ที่ว่ารู้ก็ช่วยแสดงเดชตรงนั้นให้ดีเถอะค่ะ
หากคุณเป็นปัญญาชน อยากจะช่วยให้คนรากหญ้าที่คุณอาจพิจารณาว่าโง่และโลภ ขี้เกียจ ได้แสงสว่างโปรดคิดสักนิดว่า ใช่เหรอด้วยการช่วยเขาโดยล้มกฎเกณฑ์ที่นับถือสิทธิมนุษยชน แล้วคุณจะหวังสังคมแห่งปัญญาได้อย่างไร ถ้าการเมืองยังเป็นเรื่องของการเซ่นไหว้ไม่ใช่เรื่องของการเคารพกฎ แล้วคุณจะมีการศึกษาไปหนักหนาทำไมถ้าคุณไม่ได้หวังใจในสังคมที่ทุกคนจะร่วมกันอยู่อย่างมีปัญญา
ในเมื่อการเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ ก็ขอให้มันเป็นอย่างมีกติกาไม่ดีกว่าเหรอคะ
เราต้องการประชาธิปไตย เราต้องการการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้ามาร์คจะอยู่ก็ขอให้อยู่เพราะอำนาจของรัฐธรรมนูญของประชาชนเถอะ
Tags: