Chaturon Network.

ก้าวไปพร้อมกับจาตุรนต์ ฉายแสง | Walk with Chaturon Chaisang (officially).

อภิสิทธิ์รับถือสองสัญชาติไทย-อังกฤษ ยันไม่ได้จ้างทหาร-ตำรวจมาทำร้ายคนไทย

ที่มา: http://www.prachatai.com/journal/2011/02/33281
ประชุมสภาแสดงผลการดำเนินงาน ครม. “อภิสิทธิ์” แจงใช้งบเป็นเบี้ยเลี้ยงให้ทหาร-ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่มาชุมนุม ไม่ได้จ้างมาทำร้ายคนไทย ส่วนเรื่องที่ “จตุพร” ปูดเรื่องสัญชาติ เพราะต้องการนำคดีขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์บ้านเมือง รับถือสัญชาติอังกฤษด้วย ลั่นพร้อมสละสัญชาติอังกฤษ แต่เกรงจะถูกกล่าวหาว่าหนีคดี

วันนี้ (24 ก.พ. 54) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณารายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ปีที่ 1 (วันที่ 30 ธ.ค. 2551 ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2552)


จตุพรอัดรัฐบาลส่งรายงานล่าช้า ต้องส่งปี 52 แต่แสดงปี 54
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลได้นำเสนอรายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี ล่าช้าไม่ทันกับสถานการณ์เนื่องจากรายงานดังกล่าวสิ้นสุดเพียงปี 2552 ทั้งที่ตอนนี้เป็นปี 2554 แล้วทำให้ไม่เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

นายจตุพรกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมาในทุกๆ ด้านถือว่าล้มเหลวโดยเฉพาะเรื่องการเมืองเพราะรัฐบาลได้เข้าสลายการชุมนุมของประชาชนทั้งในปี 2552 และปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงอยากสอบถามว่ารัฐบาลได้ใช้งบประมาณในการดำเนินการดังกล่าวไปจำนวนเท่าไหร่


อัดรัฐบาลไม่จัดการ “วิกิลีกส์ - เปรม - สิทธิ – อานันท์” และไม่แสดงจุดยืนต่อสหรัฐ
นายจตุพร กล่าวว่า ได้มีเว็บไซต์การ์เดี้ยนไปเอาข้อความจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ ซึ่งมีเนื้อหาการสนทนาระหว่าง นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี ไปพูดกับนายอีริค จี จอห์น อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีถ้อยคำเข้าข่ายประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาท ชนิดรับฟังไม่ได้ พวกตนก็ไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ทั้งๆ ที่อ้างว่าตัวเองเทิดทูนสถาบัน

นายจตุพร กล่าวต่อว่า นอกจากไม่ดำเนินคดีแล้วก็ไม่ทำเรื่องประท้วงไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องแนวนโยบายความมั่นคงแห่งรัฐที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ หากมีแต่ตัวหนังสือพูดเอาสวยหรูไม่มีประโยชน์อะไร เพราะหากตัวท่านไม่เป็นแบบอย่างจัดการคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พวกท่านหมิ่นได้ เปรียบเทียบกรณีดา ตอร์ปิโด กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ แต่ทำไม 3 คนนี้มากล่าวประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาทได้ แล้วทำไมทำไม่รู้ไม่เห็น วอลเปเปอร์ไม่บอกท่านเลยหรืออย่างไร หรือว่าเห็นแล้วทำอะไรไม่ถูก กลายเป็นพวกตัวเองโอละพ่อ เรื่องนี้เราเอามาใช้เป็นเกมทางการเมืองไม่ได้ พวกตนเจ็บปวดมาก่อน ถูกใส่ร้ายเกือบทุกวัน แต่พอคนของตัวเองทำความผิดบ้างกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมนายกฯ ไม่จัดการกับเว็บไซต์ดังกล่าว ไม่แสดงจุดยืนต่อประเทศสหรัฐฯ และทำไมไม่จัดการกับ 3 คนดังกล่าว


ท้าอภิสิทธิ์ถ้าไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษ ให้นำใบสละสัญชาติมาแสดง
เขากล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันเรื่องสัญชาติของนายอภิสิทธิ์ก็เป็นปัญหาเพราะคนเสื้อแดงต้องการให้นายกฯ ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ไม่มีช่องทางดำเนินการได้เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้เป็นภาคีดังกล่าว ซึ่งตอนนี้หลักฐานว่านายกฯ มีสองสัญชาติระหว่างไทยกับอังกฤษที่จะทำให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศได้ โดยในสูติบัตรระบุว่า นายอภิสิทธิ์เกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 1964 หรือ พ.ศ. 2507 ซึ่งอังกฤษถือว่าคนที่เกิดในอังกฤษก่อน พ.ศ. 2526 มีสัญชาติอังกฤษ และต้องมีสัญชาติอังกฤษไปตลอดชีวิต หากนายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าสละสัญชาติอังกฤษ มาถือสัญชาติไทยแล้ว ต้องเอาใบสละสัญชาติมาแสดง

"ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษ ก็ต้องนำใบสละสัญชาติมาแสดง นายอภิสิทธิ์มีสัญชาติไทยได้ เพราะมีพ่อแม่เป็นคนไทย นายอภิสิทธิ์มีสัญชาติอังกฤษได้เพราะเกิดที่นิวคาสเซิล ดังนั้นนายอภิสิทธิ์เป็นคน 2 สัญชาติ" นายจตุพรกล่าว


ส.ส.เพื่อไทยแจกควายให้ ส.ส.ปชป.
ทั้งนี้ระหว่างการอภิปรายของนายจตุพรอภิปรายเรื่องสัญชาตินายกฯปรากฏว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี ได้ลุกขึ้นประท้วงให้นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมให้นายจตุพรยุติการอภิปรายเรื่องดังกล่าวเนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับการรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาล

โดยระหว่างนี้นายสุชาติ ลายน้ำเงิน สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ตะโกนสวนกลับมาต่อว่านายประมวลว่า "ควาย" จากนั้นให้รัฐบาลชี้แจงการอภิปรายของนายจตุพร


อภิสิทธิ์แจงใช้งบเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ได้จ้างเจ้าหน้าที่มาทำร้ายคนไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบประมาณในการใช้ควบคุมการชุมนุมที่ผ่านมาทั้งหมดใช้ไปกับเบี้ยเลี้ยงของกำลังพลทั้งทหารและตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่มาชุมนุมแต่ละครั้ง และไม่เคยใช้งบประมาณจ้างเจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชนคนไทยด้วยกัน


ยันถือสัญชาติไทยเพราะขอวีซ่าทุกครั้ง ลั่นพร้อมสละสัญชาติอังกฤษ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยึดถือสัญชาติไทยมาโดยตลอด เห็นได้จากการเดินทางไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางครอบครัวก็ออกค่าใช้จ่ายเอง รวมถึงการขอวีซ่าทุกครั้งที่เดินทางไปอังกฤษ นอกจากนี้ ได้สอบถามนักกฎหมายและมีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบว่าขัดกับกฎหมายหรือไม่ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พร้อมสละสัญชาติอังกฤษแต่เกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าหนีคดีดังกล่าว

“การที่ท่านพยายามเดินหน้าในเรื่องนี้ เป็นเพราะต้องการนำคดีการสลายการชุมนุมทางการเมืองขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมืองอย่างแท้จริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


กรณีวิกิลีกส์ แจ้งสหรัฐฯ ไปแล้วว่ามีความห่วงใย เพราะกระทบไทย
ส่วนกรณีเว็บไซต์วิกิลีกส์ที่มีการสนทนาพาดพิงถึงสถาบันฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ส่งเรื่องให้ สตช.ไปดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่มีหน้าที่ไปบอกว่าคนนั้นผิด ต้องสั่งฟ้องคนนี้ไม่ใช่หน้าที่ตน แต่เมื่อมีการร้องขึ้นมาตนก็ส่งข้อมูลให้หน่วยงานไปดำเนินการ เรื่องเว็บไซต์ต่างๆ ตนก็ได้ระมัดระวัง ถ้าเป็นลักษณะการละเมิดกฎหมายก็ให้ดำเนินการ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศกับสหรัฐฯ ก็มีการพูดกัน เพราะการแจ้งสหรัฐฯ กับการดำเนินการต่อนั้น เอกสารที่เว็บไซต์วิกิลีกส์เอาออกไปไม่ใช่เอกสารของไทย สหรัฐฯ ก็ไม่ยืนยัน แต่เราแจ้งไปว่าห่วงใยเพราะกระทบถึงประเทศไทย
-----------------------------------------------------------
หลังจากที่ได้อ่านแล้ว ตอนนี้เท่ากับอภิสิทธิ์เหมือนปลาหมอตายเพราะปาก ออกมายอมรับว่าตัวเองถือสองสัญชาติ ในประเด็นนี้น่าสนใจครับ ว่าคุณขาดคุณสมบัติหรือไม่? แล้วจะขึ้นศาลโลกได้รึเปล่า ซึ่งน่าติดตามครับ

Tags: คุณสมบัติ, ศาลโลก, สัญชาติ, อภิปราย, อภิสิทธิ์, เพื่อไทย

Views: 39

ตอบกระทู้นี้

ตอบกระทู้นี้

ความคิดเห็นต่อกรณีนี้

1. กว่าจะยอมรับได้ บิดพริ้วไปมา แถมด้วยการแขวะคนอื่นอีก กรณีอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่มีวุฒิภาวะ (ผมไม่มีสัญชาติมอนตานิโกร) ไม่ควรเป็นคำพูดที่ออกมาจากคนที่เป็นนายก

2. การพึีงสารโลก ICC แสดงให้เห็นถึงความด้่อยประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมของไทย ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งนำไปสู่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อคนไม่เชื่อมั้นในกระบวนการยุติธรรม เขาจะหาทางออกไปใช้แบบอื่น อย่าง 3 จังหวัด เมื่อถึงวันนั้นบ้านเมืองจะวุ้นวายอย่างมาก คิดว่าคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมต้องมองเห็นปัญหาข้อนี้ ไม่อย่างนั้นก็ลำบาก

ตามที่คุณ Krooudom Karn เสนอมา ถูกต้องตรงประเด็นครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หรือการคุยกับใครก็ตาม ลองสังเกตุดูได้ว่า คุณอภิสิทธิ์มักจะชอบสวนนักข่าวก่อนที่เขาจะถามเสร็จเสียอีก ซึ่งมารยาทตรงนี้ ไม่มีนายก หรือประธานาธิบดีประเภทไหนเขาทำกันหรอกครับ

 

ส่วนข้อที่ 2 นั้นผมก็มองว่ายังไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยครับ เพราะอัตราการสูญเสียและผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลงนั้น มันอาจจะได้ไม่คุ้มเสียครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็จบลงด้วยการเจรจา ถ้าออกที่ดีคงต้องพึ่งศาลโลกและการเปลี่ยนถ่ายอำนาจศาลให้ไม่ขึ้นตรงกับผู้มีอิทธิพลครับ

น่าจะส่งไป ขั้นศาลโลกนานแล้ว อยู่ไป ก็ถ่วงความเจริย พ่วงนาย ส รองนายก ฯ ฝ่ายตวามมั่นคงไป อีกคน เอาพิจารณาตัดสิน จำคุกยาวตลอดชีพไป เลย อยู่ไป็ถ่วงความเจริญ แท้พวกหนักโลก

RSS

© 2012   Created by Chaturon Network.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service